Profit Or Passion? กำไรหรือด้วยใจ

kidsandmom

ปัจจุบันนี้มีคนมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่มองหาวิธีการทำธุรกิจส่วนตัว ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง ต้องการมีอาชีพอิสระ เป็นนายตนเอง เวลามองหาธุรกิจหรือมีความคิดว่าจะทำอะไรดี บางทีอาจเคยทราบว่า “ควรจะทำในสิ่งหวานใจ” แต่ว่าในอีกด้านก็จะมีเสียงสะท้อนว่าควรจะทำสิ่งที่ “ได้กำไร” จำนวนไม่ใช่น้อยดียิ่งกว่า ตลอดจนถึงผู้ที่กำลังทำธุรกิจ มีธุรกิจอยู่แล้ว หรือเลี้ยงชีพอิสระกับปัญหาที่ว่า ทำด้วยความจริงใจ หรือทำเพื่อผลกำไร แบบไหนเสร็จได้มากกว่ากัน? หลายๆคนมีคำตอบว่า จำต้องให้มันมีความสมดุล มีทั้งคู่อย่าง ฟังดูดี แม้กระนั้นเป็นคำตอบกล้วยๆที่ใช้ไม่ได้จริง..

เนื่องจากโดยความเป็นจริงคำตอบมันมีอยู่เพียงแต่ด้านเดียว[

เครดิตฟรี] แต่ว่ามันจะต้องเป็นทำด้วยความจริงใจหรือทำเพื่อผลกำไร นี้ลองมองกันถัดไป คำตอบที่คิดไว้บางทีอาจเปลี่ยนไป หรือไม่ก็แจ้งชัดขึ้น..

กับคำว่าทำด้วยใจจริง
การทำงานหรือทำธุรกิจด้วยความจริงใจ รักในสิ่งที่ทำ ในสิ่งที่เขาพูดว่าหลงไหล จะต้องมี Passion แล้วจะบรรลุเป้าหมาย เงิน ผลกำไรจะมาเอง ก็มีบ้างที่เป็นแบบนี้ แต่ว่าเมื่อเงินไม่มากมายสักครั้ง ทำไปเป็นปีแล้วเริ่มเหน็ดเหนื่อย ทำด้วยใจจริงก็จะเริ่มปราศจากความสุข!

ด้วยเหตุว่าทำด้วยรัก ทำด้วยความจริงใจ ไม่ใช่เครื่องรับรองการบรรลุเป้าหมาย หรือ ดำเนินการสุดที่รักแล้วใช่ว่าปัญหาจะไม่มี สิ่งพวกนี้ล่ะจะบั่นทอนคำว่าทำด้วยความจริงใจแปลงเป็นเพราะเหตุไรไม่มีผู้ใดเห็นแก่พวกเรา หนักเข้าก็หันไปหารายได้ดียิ่งกว่า..

กับคำว่าทำเพื่อเงิน
ทำเพื่อหวังแต่ว่าผลกำไร มีเงินแล้วพอหลังจาก[

สล็อต]นั้นก็ค่อยไปทำอันอื่นก็ไม่สาย ก็ไม่ผิดอะไรบ้างในความนึกคิดนี้ แม้กระนั้นก็มี(รู้สึกว่ามากด้วย) กว่าจะได้เงินมากพอดังตั้งมั่น หรือเมื่อไม่มั่งมีตามที่หวัง แถมยังอิดโรยกับปัญหา สิ่งต่างๆมากมายก่ายกอง ร้ายหน่อยก็เจ๊ง ติดหนี้ติดสิน และก็มีมากมายที่ ราวกับจะมั่งคั่ง แม้กระนั้นก็พังทลาย ยังไม่ทันสุขสมจิตใจ อะไรๆราวนี้ ก็หนีไปพบอะไรทำที่แนวว่า เพียงพอ ด้วยความจริงใจ..

ทั้งสองประเภทนี้มีด้วยที่ ด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่ดี หนีไปด้วยเงิน ไม่รุ่งอีกครั้ง ด้วยความจริงใจใหม่ดีมากกว่า และไม่เพียงพอยาไส้ ไปด้วยเงินอีกครั้ง วนเวียนในกรอบทุกข์ไปเรื่อย..

แล้วจะต้องเลือกแบบไหน?
เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้กระนั้นไม่ใช่ผมที่เป็นคนเลือก ตัวคุณเอง หรือตัวคนๆนั้นเองจะต้องเลือก ว่าจะทำด้วยใจจริง หรือทำเพื่อผลกำไรเป็นหลัก เพียง.. จำเป็นต้องเลือกแบบไม่หลอกตัวเอง เพราะว่าถ้าเกิดหลอกตัวเองเมื่อใด การบรรลุผลมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง

หลอกตัวเองนี่แหละสำคัญมากกว่ารู้สึกว่าจะเลือกอะไร
หลอกตัวเองประการแรกหมายถึงรู้สึกว่า[

สล็อตออนไลน์]สุขสบายกับสิ่งนั้นทั้งๆที่มันไม่ใช่ มีบ้างที่มนุษย์เราควรต้องหันไปหาสิ่งอื่นๆไม่สามารถที่จะหมกมุ่นอยู่กับอย่างเดียวได้ตลอด เพียงแค่ถ้าหากรู้สึกว่าต้องการเสร็จในสิ่งสุดที่รัก หรือแนวทางการทำผลกำไร อย่างไรก็จำเป็นต้องไม่ลืมเลือนกลับมา Focus หรือ เพ่งเล็ง ในสิ่งที่มีความต้องการ แต่ว่าหากมันยังไม่ใช่ ไม่นานมันก็หายไป พึงพอใจเรื่องอื่นๆเพียงพอเริ่มดี ก็ดันทิ้งมันไปเหมือนเบื่อ ยิ่งฝ่าฝืนไปก็ไปไม่รอด อันนี้เรื่องปกติ นี่แหละที่ว่าไม่ใช่วัตถุประสงค์จริง

หลอกตัวเองประการถัดมาเป็น“มีความรู้สึกว่ามันถูก” จากเหตุหรือประสบการณ์อันใดก็ตามที กระทั่งทำให้คิดเอาว่านี่เป็นสิ่งที่ Passion หลงไหล หรือมีความรู้สึกว่าอย่างไรก็จำเป็นต้องให้ได้เงินมาก่อนมันจำเป็นจะต้องเป็นแบบนี้ เพียงพอทำไปได้จริงๆทุกๆสิ่งทุกๆอย่างย่อมมีปัญหา หรือพบบางสิ่งบางอย่างที่มันน่าจะรู้สึกตัวว่าไม่ใช่ แม้กระนั้นเมื่อ “ความเชื่อถือ” บางสิ่งบางอย่างมันถูกผลิตไปแล้ว ก็จะเพียรพยายามถัดไปทั้งๆที่มันมิได้มีอะไรดียิ่งขึ้นเลย อย่างนี้เพียงแค่ถูกอกถูกใจ แต่ว่าไม่ใช่ถูก ในหัวข้อนี้ก็มิได้หมายความสิ่งที่เลือกนั้นไม่ถูก แม้กระนั้นสิ่งที่ทำนั้นมันบางทีอาจผิด

เลือกถูกมันก็จำต้องทำถูกด้วย
นายสตีเฟ่นเป็นคู่รักการถ่ายภาพเป็นงานศิลปะมากมาย หรือที่เรียกกันว่าแนวอาร์ตๆตามความจริง พวกเราก็คิดกันได้ในทันทีว่าสิ่งที่คงจะทำเป็นเป็นคนถ่ายรูป ใจความสำคัญอยู่ที่ว่าเขาถูกใจถ่ายแนวอาร์ต งานถ่ายรูปโดยมากจะไปทางงานพิธีการ งานจำเป็นต้องเขาก็เลยว่าจ้าง เมื่อสตีเฟ่นรับงานก็ถ่ายตามใจรัก งานออกมาเจ้าภาพไม่อาร์ตด้วย ก็ไม่ชอบใจ สตีเฟ่นพบแบบนี้หลายหน แม้กระนั้นตั้งใจไปแล้วว่าถ้าหากเปลี่ยนผลงานที่ออกไปจะไม่ใช่ความเป็นเขา เพราะว่าเขามุ่งมันจะเป็นนักแสดง..

การเลือกแบบนี้มันก็ไม่ผิด แม้กระนั้นผลสรุปมองดูลึกแล้ว มันมีแม้กระนั้นภาพลบกำเนิดกับสตีเฟ่น เพราะเหตุว่าเ[

jumboslot]มื่อมีคนเกลียดชังผลงานมากมายเข้า คนธรรมดาทั่วไปจะพอใจไหมว่าสตีเฟ่นถ่ายแนวไหน? คำเดียวที่ใครๆต่างได้ยินเป็น สตีเฟ่นถ่ายภาพห่วย..

จนกระทั่งวันหนึ่งสตีเฟ่น แสดงผลลัพธ์งานตนเองออกไป ว่านี่ยังไงวิถีทางของเขา คุณว่าผลสรุปจะเสร็จมากน้อยแค่ไหน? บางทีอาจไม่เลวร้ายแต่ว่าถ้าหากสตีเว่นไม่รับงานถ่ายรูปทั่วๆไป จะเลี้ยงชีพอื่นหรือไม่ก็ตามแต่ เสียงวิภาควิจารณ์ด้านลบก็คงจะไม่มีมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้ รวมทั้งคิดอีกครั้ง ถ้าเกิดสตีเฟ่นเปลี่ยนแปลงทัศนคติถ่ายงานทั่วๆไปให้เขาดีๆก็มีแม้กระนั้นคนดู คนพึงพอใจผลงานมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงระดับหนึ่ง

คุณเคยได้เห็นไหมคนทำอะไรไว้ดีกระทั่งเป็นที่ยอมรับแล้ว ทำอะไรใหม่คนไหนก็มีความรู้สึกว่าดีไว้ก่อน ทัศนคติอย่างนี้มันมีเสมอ
แบบอย่างประเด็นนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อถึงวันสตีเฟ่นแสดงภาพอาร์ตออกไป บนเบื้องต้นที่ใครๆยกย่องผลงานจากงานของเขาอยู่แล้ว ผลสรุปที่มีมันก็คงจะมีภาษีดียิ่งกว่าแบบแรกว่าไหม? หรืออย่างต่ำถ้าเกิดไม่เคยแสดงภาพ ผลงานมาก่อน ออกมาห่วยแตก มันก็มีความหมายว่าความสามารถเขาห่วยจริงๆควรจะปรับแก้ก็ว่าไป แม้กระนั้นขั้นต่ำก็ยอมรับได้ว่ามันมิได้มีเหตุมาจากทัศนคติหรือเหตุอื่น ก็ย้อนดูแบบไม่หลอกตัวเองได้ว่า นี่สมควรไหม หรือปรับปรุงตนเองถัดไปได้อย่างแม่นยำ

เลือกเงินเลือกผลกำไรเพราะว่ามีความรู้สึกว่าเป็นฐานถัดไปให้เรื่องอื่นได้
นี่ก็ไม่จริงเลย ถ้าหากมุ่งหน้าเพื่อเงินจริงๆเพื่อธุรกิจอันเป็นผลกำไรไปโดยเพียงแค่ รู้สึกว่ามันถูก ผมอยากที่จะให้ไปเล่าเรียนความเป็นมาคนเสร็จที่มีแรงดลใจมาจากผลกำไรแล้วก็เงินดีๆคนกลุ่มนี้มิได้มีเป้าหมายเอาเงินมาใช้นิดหน่อย แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เขาคิดเชิงผล เปรียบเสมือนคะแนน เหมือนจำนวน เขาถูกใจที่จะมีเงินมากยิ่งกว่าใช้เงิน บ้างก็มีเพื่อหนีคำว่ากระทั่ง ความยากแค้นในสมัยก่อน แต่ว่าใช่ว่าอยากได้มาเพื่อใช้ไปพบความสบายอื่นๆอีกครั้งเป็นหลัก โน่นมันเป็นเพียงแค่ผลประโยชน์ในการบรรลุผลเขา นี่บางทีอาจยากรู้เรื่องในผู้คนจำนวนมากแต่ว่าเชื่อเถอะว่า ถ้าต้องการทำเพื่อเงินนั่นก็คือความสำราญสำหรับเพื่อการได้เงิน ไม่ใช่ใช้เงิน

บางบุคคลก็เลือกไม่ได้
ตามที่บอกไป เลือกแบบไหนก็ดีแล้ว แต่ว่าก็มีบางบุคคลที่เลือกไม่ได้ เงินก็อยากได้ สิ่งที่ใจรักก็ต้องการทำ ก็คล้ายคลึงกันถ้าหากมันมีสองอย่าง แล้วรู้สึกว่าจะเสร็จนั้นมันยากเหลือเกิน แต่ว่าถ้าหากเอาเพียงแค่เพลิดเพลินใจมันก็ไม่ผิด

แต่ทว่าบนความจริงพอเพียงติดด้านหนึ่งขึ้นมามันก็พาอีกด้านหนึ่งหล่นไปด้วย ดังเช่น คนหนึ่งดำเนินการประจำ[

slot]เพื่อเงิน จะได้มีเวลาไปเตะบอลช่วงเวลาเย็นในสิ่งหวานใจ ครั้นเมื่องานนั้นมันหนักเข้าก็เลยจะต้องเอาเวลาไปให้งาน นี่ก็มิได้ตามอยากแล้ว หรือถ้าหากไม่ใส่ใจงานอย่างไรก็จำเป็นต้องเลิกงานไปเตะบอล วันหนึ่งก็บางทีอาจเสียการเสียงงานไป จะหันไปเตะบอลสิ่งเดียวเวลานี้คงจะไม่มีอะไรดีแน่ แล้วก็ที่มากกว่าในจิตไร้สำนึกเป็นแรงกดดัน สภาวะไม่สบอารมณ์ทำให้ทำอะไรๆออกมาห่วยๆแม้กระนั้นไม่รู้ตัวได้เสมอ แบบอย่างกล้วยๆรู้เรื่องได้อย่างไม่ยากเย็นว่า การไม่เลือกอะไรสักอย่างก็ใช่ว่าจะดี ครั้งคราวนี่ก็แค่ภาวการณ์ไม่กล้าตกลงใจ

ด้านหลังนี้มั่นใจว่ายังมีคนไม่ใช่น้อยเห็นว่า เนื้อหานี้ไม่เคลีย ผิด ความสมดุลมันจะต้องมี ในทำนองที่เรียกว่า ความรักกับความต้องการมันก็จะต้องแยกกันรวมทั้งไปร่วมกันได้ กรณีนี้สุดแล้วแต่จะดูกันให้ดี ด้วยเหตุว่าที่ผมเขียนนี้ชี้ไปที่การค้นหา “การบรรลุผล” ในฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แม้คุณเป็นผู้ซึ่งรู้สึกว่า ไม่มีอนัตตา มิได้ใส่ความเสร็จอันใด เนื้อหานี้ก็ไม่มีความสำคัญเลยจริงๆก็แค่ที่จำต้องถามย้ำอีกครั้งไว้ “นี่มิได้เลือกอะไรแบบหลอกตัวเองอยู่นะ..”

ปล. ประเด็นนี้บางทีอาจมิได้เกี่ยวกับการจัดการจัดแจงโดยตรง แต่ว่ามันเป็นจุดกำเนิดแนวความคิดคนทำมาค้าขายได้ไม่มากมายก็น้อยสำหรับการแปลงทัศนคติ การพัฒนาคนเอง เพื่อการจัดการจัดแจงธุรกิจที่กำลังจะเริ่ม หรือมีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นถัดไป หวังว่าอาจเป็นอีกหนึ่ง บทความดีๆที่มีคุณประโยชน์ต่อคนอีกจำนวนไม่น้อย