ลิ้นชัก 2 ใบ ในใจเรา

kidsandmom

บทความวันนี้มาจากเรื่องหนึ่งที่ผมใช้เล่าสำหรับในการอบรมบุคลากร เป็นแง่คิด ดีๆที่ไม่เพียงแค่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตการทำงาน แต่ว่าสามารถนำไปสร้างแนวความคิดให้ชีวิตสุขได้ โดยในขณะที่ชี้แจงนั้นผมมิได้กล่าวลึกซึ้ง หรือให้รายละเอียดอะไรนักเกี่ยวกับสิ่งนี้ แม้กระนั้นผมคิดว่า นี่เป็นเยี่ยมในขั้นตอนการปรับปรุงตัวเองได้ไปในทางหนึ่ง โดยอย่างมากผู้ที่ชีวิตไม่ค่อยแฮปปี้..

ชีวิตพวกเรามีเพียงแค่เรื่องดี กับเรื่องไม่ดี 2 อย่างเท่านี้[

เครดิตฟรี] แต่ว่าเกิดเรื่องที่จัดแจงมันได้ยาก
ถ้าเกิดกล่าวเรื่องความสำราญ ก็ควรจะมีความทุกข์ทรมานมาเกี่ยวพัน ดังเขาว่า หากไม่เคยทุกข์ ก็ไม่รู้เรื่องว่าสุขเป็นเยี่ยงไร มันไม่ผิดเลยที่ผมจะสรุปว่าจริงๆชีวิตมันก็มีเพียงแค่ 2 ด้าน ในหลายๆคำเทียบ

ด้านดี – ด้านร้าย, ทุกข์ – สุข, ประดิษฐ์ – ทำลาย, โชคดี – โชคร้าย หรือสรุปความได้ว่า ชีวิตพวกเรามีเพียงแค่เรื่องดี กับเรื่องไม่ดี 2 อย่างเพียงนี้ แต่ว่าเกิดเรื่องที่จัดแจงมันได้ยาก อย่างมากถึงแม้ว่ามันเพียงแค่.. ด้านใด ด้านหนึ่ง

เมื่อเป็นแบบนี้แล้วสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แม้ไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว มันก็จะเกิดเรื่องในด้านใดด้านหนึ่งตามที่ได้กล่าวไป แล้วก็พวกเราชอบ “จำ” มัน ซึ่งมีหลายข้อคิดเตือนใจที่กล่าวว่า พวกเราควรจะจำสิ่งที่ดี รวมทั้งให้ลืมสิ่งที่ไม่ดีไปเสีย มันถูก แต่ว่ามันไม่เคยง่ายเลยสำหรับการลืม หนำซ้ำในสิ่งที่ต้องการจำกลับลืมไปอีกด้วย คงจะตอบมิได้ว่าเพราะเหตุใด? หรืออาจเป็นเพราะเหตุว่าพวกเรากำลังเพียงแต่ฝ่าฝืนอยู่ก็เป็นไปได้

อธิบายก่อนว่าสิ่งที่ผมจะเอ่ยต่อแต่นี้ไป[

สล็อต] ไม่ใช่แนวทางการสำเร็จรูป ปกติแล้วถ้าเกิดผมนำเสนอแล้วก็ยกตัวอย่างประเด็นนี้ ก็เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างแบบเปรียบเทียบ ไม่เคยพูดถึงกรรมวิธีปฏิบัติเสมือนในเนื้อหานี้ ดังต่อไปนี้ ควรจะทำความเข้าใจถ้วนถี่สักหน่อย ว่าสิ่งตั้งแต่นี้ต่อไป..

ไม่ได้เรื่องโดยทันที แต่ว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่เบาๆสำเร็จระยะยาว ด้วยเหตุว่ามันเป็นการเบาๆปรับทัศนคติ ความนึกคิดพวกเรา
ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเอาอย่างทั้งผอง นำเพียงแต่แนวความคิดไปใช้ ถ้าหากรู้เรื่องวิธีการมากพอ มันบางทีอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องหมายอะไรเลย
ไม่มีผลอะไรเลย ถ้ามิได้ทำ และก็ทำสักระยะ มีหลายเรื่องในชีวิตที่พวกเรามีความรู้สึกว่าทราบ อาจจะไม่ทราบจริงกระทั่งจะมีประสบการณ์ร่วมกับมัน
มันเกิดเรื่องไม่มีประโยชน์กับผู้ที่มิได้อยู่ในสภาวะมีปัญหา ถ้าเกิดจัดแจงความนึกคิดตนเองได้ด้วยแนวทางอื่น หัวข้อนี้ไม่มีความจำเป็นเลย
เมื่อรู้เรื่อง หรือทำไปนานเพียงพอ สิ่งนี้จะเป็นนิสัยที่เปลี่ยนแปลงพวกเราไปตลอดไป
แล้วก็ถึงแม้กระบวนการจะเห็นผลหรือเปล่า บางทีอาจไม่มีความจำเป็น แต่ว่ามั่นใจว่า ถ้าอ่านถัดไปจนถึงจบคุณอาจได้วิถีทาง แนวความคิดที่นำไปประยุกต์ในแบบตนเองได้เช่นเดียวกัน

ลิ้นชัก 2 ใบ
ตอนแรก มันควรจะเริ่มจากคุณจำสิ่งนี้ เริ่มตรงที่ว่า มีลิ้นชัก 2 ใบ และก็บางทีอาจจินตนาการถึงมัน รวมทั้งเมื่อการใช้ชีวิตธรรมดาของคุณ มีความรู้สึกที่มากต่อสิ่งใดทั้งยังบวกแล้วก็ลบ ดังเช่นว่า ภาวการณ์ที่คุณยิ้ม หรือภาวการณ์ที่คุณไม่โอเค คุณเพียงแค่ระลึกถึงหัวข้อนี้ขึ้นมา โดยสมมุติว่า คุณมีลิ้นชัก 2 ใบ

ลิ้นชักใบที่ 1 : ให้ท่านจินตนาการถึงตู้[

สล็อตออนไลน์] หรือชั้น ลิ้นชักไม้ มองเก่า ที่เปิดยาก ฝืด มีกุญแจล๊อคด้วยก็ได้ มันตั้งอยู่ในห้องเก็บของ หรือมุมที่คุณไม่สนใจ ไม่ต้องการพึงพอใจ ลิ้นชักใบนี้คุณใช้มันเก็บสิ่งที่มันทิ้งมิได้ แม้กระนั้นไม่มีความจำเป็นที่ต้องเอามาใช้ เพียงมันจำเป็นต้องเก็บเอาไว้ ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ จินตนาการว่า คุณเอาสิ่งไม่ดี เรื่องไม่ดี ในวันนั้น ของคนนั้น กี่คนก็ตาม หรือ เรื่องไม่ดีของช่วงนี้ ของคนนี้ จะเกี่ยวโยงกับคนหรือไม่ก็ตาม เก็บไว้ เอามันไปพักไว้ บอกตนเองว่า เก็บไว้ก่อน หรือเก็บมันไปเลย…

ลิ้นชักใบที่ 2 : มันตั้งอยู่กลางแจ้ง บางทีอาจเป็นห้องที่สว่าง บางทีอาจเป็นลิ้นชักสีขาว สะอาด หรือสีที่คุณถูกใจ มันเปิดง่าย ไม่มีกุญแจ คุณจะนำสิ่งสวย เรื่องราวดีๆความจำดีๆของคุณเก็บเอาไว้ในนี้ มันจะแทนด้วยเครื่องหมายใดๆ บางทีอาจเป็นจดหมาย สมุดบันทึกนำเสนอเหตุในขณะนั้น ภาพถ่ายขณะนั้นๆเทปบันทึกเสียง ของขวัญ ข้าวของอันเป็นผู้แทน จนถึงเป็นภาพวีดีโอก็ตาม ลิ้นชักใบนี้ คุณจะระลึกถึง จินตนาการถึงทุกคราว ที่มีเรื่องมีราวดีๆเกิดขึ้น ซึ่งมันบางทีอาจเกิดขึ้นได้หากแม้ในในเวลานี้ อะไรบางอย่างเล็กๆเช่น คุณเห็นนาฬิกาที่เลขชั่วโมง รวมทั้งนาทีเป็นเลขเดียวกัน 12.12, 15.15 ที่บางความเชื่อถือกล่าวว่าพวกเรากำลังจะโชคดี หรือบางสิ่งบางอย่างเล็กๆตัวอย่างเช่น คุณไปยืนรอคอยรถยนต์ แล้วรถยนต์มาพอดิบพอดี คุณช่างโชคดี อีกเพียบเลยที่มันจะถือมาใช้ได้ในทันที และก็ยิ่งเกิดเรื่องที่ใหญ่ สำคัญ โน่นมันยิ่งเป็นสิ่งที่คุณจะจับมันออกมาไล่เรียงมองได้เสมอ โดยอีกมุม ก็บางทีอาจเกิดเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับคนรอบกาย คุณความดี สิ่งดีๆที่เขามีให้พวกเรา..

เมื่อใดก็ตามเมื่อความทุกข์ใจ เครียดรุนแรงเกิดขึ้น เมื่อนั้นตัวตนธรรมดาคุณชอบหายไป
การใช้ลิ้นชัก 2 ใบ
ไม่มีผู้ใดไม่เคยโชคดี มีแต่ว่าอาจมองผ่านไป และก็เมื่อใดที่พวกเราได้รับต้องรีบนำมันกลับมาเก็บตู้ลิ้นชักใบที่ 2 ไว้ ช่วงเวลาเดียวกันเมื่อใดที่มีเรื่องมีราวที่ทำให้มีความรู้สึกห่วยแตก ไม่ชอบใจ โกรธ เศร้าใจกับสิ่งต่างๆเรื่องราว ผู้คน ต้องนำพาตนให้พ้นจากนั่น สภาวะนั้น เหตุการณ์นั้นให้ออกมาโดยเด็ดขาด แล้วพวกเราก็เพียงแค่หลับตา จินตนาการว่า นำสิ่งห่วยๆนี้ เรื่องห่วยๆนี้ เก็บไปยังลิ้นชักใบที่ 1 ใบที่มองไม่สวยสวย เก็บใส่ โยนใส่ ปิดตายไป แล้วเดินออกมา หรือง่ายยิ่งกว่านั้น เพียงแต่นึกว่ากำลังโยนของอะไรบางสิ่งบางอย่างใส่ลิ้นชักเก่าๆไป.. แล้วช่างมันเถอะ

หากเป็นได้พวกเราก็สมมุติต่อว่าต่อขาน[

jumboslot] พวกเราเดินออกมาหาตู้ลิ้นชักใบที่ 2 ลิ้นชักสะอาด ดูดีใบนั้น เปิดมองมัน พบเห็นสิ่งใด เรื่องราวดีๆเรื่องไหน ที่ทำให้พวกเรายิ้ม ทำให้คิดแล้วสุขใจ อาจทำให้พวกเราต้องการไปทำสิ่งนั้นอีก ต้องการให้พวกเราไปพบผู้ที่เกี่ยวโยงกับสิ่งดีๆเวลานี้ หรือทำให้พวกเราจำตนเองได้ว่าพวกเราเป็นใครกันแน่ เคยทำเรื่องดีๆทำสิ่งดีเลิศไว้ขนาดไหน..

เกี่ยวกับบุคคล ก็ด้วยเหมือนกัน ตามที่เขาพูดว่า ให้มองผ่านจุดด้วยของพวกเรา แล้วคิดถึงสิ่งดีๆของเขา แนวทางลักษณะนี้ก็ไม่ต่างอะไรกันเพียงแต่ว่าในเวลาธรรมดา หรือโดยที่ไม่เคยพากเพียรใช้ลิ้นชักเป็นเครื่องหมาย มันยาก ยากมากมาย ที่จะคิดถึงสิ่งดีๆของคนไหน โดยเป็นอย่างมากในตอนที่ไม่ดีเหมือนปกติ

เพราะเหตุไรจะต้องทำแบบงี้?
ผมได้กล่าวนำไปก่อนแล้วว่า มันบางทีอาจมองแปลกเสมอสำหรับผู้ที่ยังมิได้ไม่สบายใจอะไรบ้างในในขณะนี้ รวมทั้งมันมองเป็นการให้ทำอะไรเพ้อๆจินตนาการ มันจะช่วยอะไรได้? คำตอบคงจะไม่บางทีอาจเล่าได้ด้วยคำบอกเล่า แต่ว่ามันส่งผลให้เพียงแต่กับผู้ทำ

ในอีกด้านหนึ่งถ้าหากคุณเริ่มเข้าใจว่านี่เป็นเพียงแค่วิธีการหนึ่ง เป็นการสร้างเครื่องหมายเพื่อเตือนสติ เตือนตน ซึ่งก็ถูกแล้ว แต่ว่าที่มากกว่านั้นเป็นในทางจิตใจ และก็สมองมนุษย์เราสลับซับซ้อนกว่านั้น การผลิตความประพฤติปฏิบัติให้ความนึกคิดในหัวพวกเราอย่างนี้ มันมีผลในเชิงสลับซับซ้อนกว่า และก็ง่ายดายกว่าการจะหวังว่า พวกเรา หรือคนใดกันแน่ จะ “คิดได้โดยทันที” ด้วยตัวเอง หรือรำลึกสติได้ในทันทีทันใด

โดยเดี๋ยวนี้ ในเวลาที่พวกเราธรรมดาดีนี้ พวกเราบางทีอาจระแวง หรือรู้สึกได้ว่า นี่มันไร้ประโยชน์ นี่มันมองตลกโปกฮา แปลก ที่จำต้องมานั่งจินตนาการอะไรไม่มีประโยชน์ ผมไม่โต้แย้งเลยว่ามันมองแปลกไม่ดีเหมือนปกติตามที่กล่าวไปแล้ว แต่ว่าเมื่อใดก็ตามเมื่อความทุกข์ทรมาน เครียดรุนแรงเกิดขึ้น เมื่อนั้นตัวตนธรรมดาคุณชอบหายไป..

คุณอาจบ้าระห่ำ เพ้อพร่ำ เรียกร้อง และก็บากบั่นบางสิ่งที่โง่งม ไม่มีสาระ กว่าประเด็นนี้จำนวนมาก
ในเวลาแบบนั้นคุณจะแปลงเป็นคนแบบไหนผมไม่บางทีอาจทราบเลย แล้วก็คุณก็อาจจะไม่ทราบตัวจวบจนกระทั่งจะธรรมดาอีกที บางทีอาจเปลี่ยนเป็นคนวิปลาสดีเดือด เพ้อ เรียกร้อง และก็เพียรพยายามบางสิ่งที่โง่เขลา ไม่เป็นประโยชน์ กว่าประเด็นนี้จำนวนมาก และไม่ได้มีความหมายว่าจำต้องไปในวิถีทางหญิงรับใช้อารมณ์ร้ายแรงเพียงอย่างเดียว บางทีอาจเป็นการปฏิบัติเสมือนคนธรรมดา แม้กระนั้นคุณรู้แก่ใจว่ามันไม่เกิดผล และก็โง่เขลาเบาปัญญาสิ้นดีเมื่อมีสติสัมปชัญญะกลับมา..

ผมมั่นใจว่าหากคุณผ่านอะไรมามากพอในชีวิต คุณอาจจะนึกถึงตัวคุณในแบบที่ผมบอกได้ น้อยผู้ที่ไม่เคยผ่านตอนนั้น นี่ก็เลยเป็นเหตุผลว่าการทำอะไรๆแบบงี้ ที่ไม่มีผู้ใดทราบเรื่องด้วยไปว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ มีเพียงแต่คุณแค่นั้นที่คิดว่ามันแตกต่างจากปกติ ในทางตรงกันข้าม ตอนคุณร้ายคุณกลับกล้าทำอะไรห่วยแตกๆให้คนอื่นๆมองเห็นโจ่งแจ้งมาก

รวมทั้งตามที่กล่าวไปแล้วด้วยเหมือนกัน หากมันมีแนวทางอื่น แนวความคิดอื่น ที่คล้ายคลึงกันมันตอบแทนกันได้หัวข้อนี้ก็ไม่มีความจำเป็น แต่ว่าแหล่งที่มาของสิ่งนี้ มันเป็นการบ่มเพาะตนเองใหม่ หรือจะเรียกว่าการล้างสิ่งไม่ดีๆที่ขัดเกลาความเป็นพวกเราในแบบที่ไม่สมควร บนประสบการณ์แตกต่างกันไปจากช่วงชีวิตก่อนหน้าที่ผ่านมา ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโต แม้ทดลองสละเวลาสักหน่อยทวนสิ่งพวกนี้มองว่า..

เพราะอะไรพวกเราก็เลยรู้สึกยิ้ม เอ็นดู หรือแอบเป็นสุขเล็กๆตามเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่เขานั้นกำลังครึกครื้นหรือตื่นเต้นกับการได้มองเห็นโลกใหม่ อย่างผีเสื้อที่บินผ่านหน้า มดเข้าคิวกันเดินตามขอบหน้าต่าง แมวที่เดินมาร้องเคล้าคลอ น้ำฝนที่กำลังร่วงลงมา เด็กน้อยต่างๆพวกนั้นจะยิ้มร่า หัวเราะ จนถึงตกใจกลัวกับสิ่งที่เขาเห็นว่ากำลังพิลึก เพราะเหตุไรพวกเรายิ้มต่อภาพแบบนี้?

พวกเราล้วนสร้างความทุกข์ใจโดยไม่จำเป็นจากประสบการณ์ห่วยๆบนภาวการณ์ สภาพแวดล้อมที่นำพาพวกเราไปให้หลงๆลืมๆ..
โน่นเพราะพวกเราต่างเคยผ่านสถานะการณ์คล้ายคลึงกันนี้มาแล้วใช่หรือเปล่า? มันไม่ใช่เรื่องความนึกคิด ความรู้สึก แม้กระนั้นเป็นประสบการณ์ที่ลึกๆพวกเราแอบจำ.. ใช่แล้ว ถ้าเกิดพวกเราทวนมอง พวกเราจะคิดได้ว่า พวกเราล้วนจำความรู้สึกพวกนั้นได้ ราวกับเด็กพวกนั้น รวมทั้งเด็กคนนี้ในตัวของเรา ที่ถูกประสบการณ์อื่นๆมาบดบัง เอารัดเอาเปรียบ รวมทั้งฉกชิงความสบายกล้วยๆพวกนั้นไป บนตรรกะใหม่ของการเจริญเติบโต นี่มิได้ปรักปรำว่า ความเป็นผู้ใหญ่พรากสิ่งดีๆไป แม้ว่าจะมีส่วนอยู่บ้างก็ตาม แต่ทว่า พวกเราล้วนสร้างความทุกข์ใจโดยไม่จำเป็น จากประสบการณ์ห่วยๆบนสภาวะ สภาพแวดล้อม ที่ชักนำพวกเราไปให้ลืมไปว่า โดยความเป็นจริงแล้วพวกเรากำลังมัวสะสมอะไรบ้างในหัวใจตลอดมา

ยังมีมุมคิดอีกมากมายเกี่ยวกับเงื่อนในใจ สิ่งที่ขัดเกลาให้พวก[[NPC5]]เราปราศจากความสุขในขณะนี้ โดยจะรู้สึกตัวหรือไม่ก็ตาม แม้กระนั้นสำหรับในหัวข้อนี้ ในเนื้อหานี้ เพียงแต่อยากได้ยกตัวอย่างให้รู้เรื่องว่า หยุดที่จะสะสมอะไรห่วยแตกๆไว้กับตัวเราได้แล้ว พวกเรามีมันมาพอแล้วตลอดชาติก่อนหน้านี้ รวมทั้งผู้ที่ทิ้งได้ ผู้ที่ไม่สะสม เนื้อหานี้คงจะไม่มีความสำคัญสำหรับคุณ แต่ว่าผู้ที่ทิ้งมิได้ ตัดไม่ลง ปลงไม่ขาด นี่เป็นวิถีทางหนึ่งที่จะปรับมุมคิดให้ชีวิตสุขสงบขึ้น การพัฒนาตัวเองในด้านหนึ่ง ทดลองมองดูลิ้นชักของคุณวันนี้ สิ่งไหนมีค่ากว่ากัน เด็กน้อยที่ยิ้มผ่องใส กับอีกผู้ที่บริเวณใบหน้ามีน้ำตาอาบแก้มไม่มีคนปลอบใจ ภาพไหนชัดกว่ากันสำหรับคุณ เพียงเท่านี้ก็อาจจะพอให้คิดได้ได้ พวกเราเลือกที่จะเก็บอะไรไว้ให้อนาคตตนเอง..

ส่งท้ายเพิ่มอีก
ผมระลึกถึงเรื่องหนึ่งจากการพูดในรายการ Ted Talk ในเวลาที่เกี่ยวกับ 1000 awesome things ของชายนักเขียนบล๊อกเกี่ยวกับสิ่งที่ดีๆนิดหน่อยในทุกวัน ภายหลังที่เขาพบเจอเรื่องเลวร้ายอย่างมากในชีวิต แน่ๆ 1 พันสิ่งดีๆที่คนอื่นๆบางทีอาจมิได้คิดว่ามันเป็นการดีอะไรหนักหนา แม้กระนั้นเมื่อวันต่อวันผ่านไป ชีวิตเขาดียิ่งขึ้นได้อย่างเร็ว รวมทั้งไม่แตกต่างกับผลสรุปที่พวกเรามองเห็นได้ทั่วๆไป กับผู้ที่จมจ่อมกับความทุกข์ทรมานว้าเหว่อยู่ไปวันๆแล้วก็นี่มันก็ไม่แตกต่างกัน การคิดบวก การมีลิ้นชักสองใบ หรืออะไรๆในลักษณะเดียวกันนี้เลย..