ในเมื่อไม่มีใคร หนีปัญหาได้พ้น

kidsandmom

ชีวิตที่ไม่มีปัญหาเลย คงจะไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ว่า ช่วงชีวิตที่ไม่มีปัญหา เป็นได้ ในยามที่พวกเราไม่มีปัญหาชีวิต คงจะเป็นตอนที่พวกเราสุขสบายมากมายตอนหนึ่ง แต่ว่าสำหรับบางบุคคลเพียงแค่ “ช่วง” ที่จะไม่มีปัญหาก็ยาก หรือมีน้อยอย่างยิ่ง เนื่องจากส่วนหนึ่งส่วนใดมนุษย์เรามองดู “ปัญหา” แตกต่างกัน อีกทั้งขนาดของปัญหา ความลำบากต่อปัญหา จนกระทั่งดูมันว่า “ไม่คือปัญหา” ก็ต่างมุมกัน

เมื่อมีปัญหาควรจะทำเช่นไร
ก่อนที่จะหาคำตอบ ปัญหานี้ก็ยังคือปัญหาอีกครั้งเลย ปัญหามีอยู่แล้วยังควรมีอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาอีก [

เครดิตฟรี]สับสนไหม (ไม่มึนงงก็แปลก) ดูตัวอย่างยอดเยี่ยมกว่า

นาย A มาดำเนินการตามเดิมถูกนายจ้างเรียกเจอ เพื่อแจ้งว่าเขาถูกเลิกว่าจ้าง ปัญหาของนาย A เป็น?

จะประพฤติตัวอย่างไร ต่อยนายจ้าง กลับไปอยู่ที่บ้านไปเลยโทรบอกคนรู้จักมักคุ้น ปฏิบัติตัวธรรมดา
เลิกว่าจ้างเพราะเหตุใด เพราะเหตุใดควรเป็นพวกเรา พวกเราไม่ดีอย่างไร พวกเราโดนผู้เดียวไหม
จะได้เงินเยอะแค่ไหน ได้ทดแทนไหม วันพรุ่งมีรับประทานไหม มีค่าใช้จ่ายอะไรค้าง
ไปทำไรต่อ หางานใหม่ ที่แหน่งใด ตำแหน่งอะไร ไปปลูกผักดีไหม
ถ้าเกิดหางานมิได้ทำยังไง? ยาวนานหลายเดือนเขายังไม่รับทำอย่างไรดี[

สล็อต] อายุเท่านี้เขาจะรับไหม
อื่นๆอีกล่ะ จะบอกคนใดกันแน่อย่างไร คนรอบกายลำบากไปด้วยไหม จำต้องย้ายที่อยู่ไหม ประกันสังคมล่ะ ฯ
โน่นเป็นเพียงแต่แบบอย่างสารพัดสารพันปัญหาที่บางทีอาจเกิดมาในหัวนาย A ที่ ถ้าคือปัญหาผู้อื่นพวกเราบางทีอาจชี้แนะเพียงว่า “ก็หางานใหม่ กล้วยๆเท่านั้น…

หัวข้อเป็น บางครั้งบางคราวพวกเราก็มองดูปัญหายากไป แต่ว่าหลายหนก็ดูตื้นไปหรือเปล่ามองเห็นมากพอถ้าหากไม่กำเนิดกับพวกเรา การแก้ไปปัญหาไม่ใช่เรื่องสนุกนัก ยากเดาผลสรุป รวมทั้งอะไรที่คือปัญหาไปแล้ว ถึงแม้ปรับแต่งได้ ก็น้อยนักจะบริบูรณ์เหมือนเดิม ยิ่งถ้าคือปัญหาชีวิต เวลาเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ชอบมีปัญหายิบย่อยจะแอบตามมาราวกับปัญหาของนาย A มันก็เลยแก้ยากสำหรับคนจำนวนไม่น้อย ผิวเผินพวกเราบางทีอาจเกลียดชังปัญหา แต่ว่ามีนะคนไม่ใช่น้อยดูเหมือนสนุกสนานสำหรับการก่อเรื่องให้ตนเอง…

แน่ๆว่าเยี่ยมที่สุดเป็นการ “ไม่ก่อเรื่อง” ไหมทำอะไรให้กำเนิดปัญหา แต่ มันทำเป็นใช่หรือ

ส่วนหนึ่งส่วนใดพวกเราจะต้องแยกประเภทก่อนว่า พวกเราดูปัญหาแตกต่างกัน ให้น้ำหนักแตกต่าง และก็มีหลายเรื่อง “เล็กเกินความจำเป็นที่จะเอามาคือปัญหา” ตัวอย่างเช่น วันนี้จะสวมเสื้อสีอะไรดี, เดินสะดุดพื้นทางเท้า, ลืมของไม่มีความจำเป็น, เที่ยงตรงนี้รับประทานอะไรดี? พวกนี้ไม่สมควรนับคือปัญหา ซึ่งก็มีล่ะที่เอามาคือปัญหาให้ตนเองแล้วก็ผู้อื่นปวดศรีษะได้เช่นเดียวกัน

ในอีกส่วน พวกเรายังมี “ปัญหาเชิงบวก” ที่แม้ว่าจะคือปัญหา แม้กระนั้นมันเกิดเรื่องที่ดี โดยไม่ใช่ว่าพวกเรามองโลกในแง่ดีเพียงอย่างเดียว อย่างเช่น สมมุติคุณเปิดร้านของกิน สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือร้านค้าคุณเล็กเหลือเกิน ลูกค้าไม่มีที่นั่ง ที่นั่งน้อยเกินไปเป็นประจำอะไรแบบนี้ ที่แม้ว่าจะคือปัญหา แต่ว่าก็จัดว่ามีสัญญาณที่ดีในนั้น ดีมากยิ่งกว่าอีกปัญหาที่ร้านค้ากว้าง แต่ว่าไม่มีลูกค้ามานั่งเป็นไหนๆ

เมื่อแบ่งแล้วว่าสิ่งไหนเป็นปัญหาจริงๆแล้วก็สิ่งไหนที่ไม่สมควรที่จะเอามาคือปัญหาก็ไปต่อกันตรงที่…

การพยายามไม่ก่อเรื่อง
จากที่กล่าวมา ในความเป็นจริงแล้วการแก้ไขปัญหาเกิดเรื่องยาก เหมาะสมที่สุดเป็นอย่าให้มันกำเนิด ซึ่งพวกเราล้วนเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าไม่มีวันคุ้มครองปกป้องมันได้ตลอดกาล แต่ว่าอะไรยากกว่ากันระหว่างขจัดปัญหา กับปกป้องปัญหา คำตอบบ่งชัดบางทีอาจยากสรุป แม้กระนั้นสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้แน่ๆเป็น

คุ้มครองป้องกันปัญหา พวกเราทำเป็นโดยไม่เครียด แต่ว่าจัดการกับปัญหา[

สล็อตออนไลน์]เครียดไปแล้วแน่ๆ รวมทั้ง
ปกป้องปัญหา คุณยังได้โอกาสเลือก แม้กระนั้นปัญหากำเนิดแล้วคุณเลือกอะไรได้น้อยจนกระทั่งมิได้เลย
คุ้มครองปัญหา เป็นการลดจังหวะกำเนิด และก็บางทีอาจคุมปัญหาได้ แต่ว่ากำเนิดปัญหาแล้ว ได้โอกาสกำเนิดเพิ่ม แล้วก็บางทีอาจคุมอะไรมิได้เลย

ดังต่อไปนี้แล้วลองช่วยเหลือกันทวนดูดีกว่า ถ้าหากไม่ได้อยากมีปัญหาพวกเราจะคิด จะทำไงดี? ตอนแรกขอแบ่งปัญหาออกก่อน รวมทั้งมีมุมแบ่งปันตามตั้งแต่นี้ต่อไป (ขี้คร้านอ่านมีสรุปด้านหลังบทความ)

  1. ปัญหาขวานผ่าซาก
    นับว่าเป็นปัญหาที่ มองเห็นเหตุ ได้ผลแจ่มแจ้ง ยกตัวอย่างเช่น ถูกใจลืมกุญแจบ้าน, ไปดำเนินงานสาย, จนกระทั่งวิวาทกับใครสักคนเรื่องเดิมๆปัญหาขวานผ่าซากนี้ มักคือปัญหาที่บางทีอาจ “หลีกเลี่ยงมิได้ในทีแรก” (ผู้ใดกันจะต้องการทำล่ะ) ด้วยเหตุนี้เวลาเกิด มักกำเนิดด้วยความไม่รู้ หลงๆลืมๆ หรือพลาดจริงๆ

ปัญหาแบบงี้แก้ง่ายไม่อ้อมค้อม แล้วก็เกิดประสบการณ์ทำให้พวกเราศึกษาที่จะปกป้อง แม้กระนั้นใจความสำคัญอยู่ที่ว่า “พวกเราเอาใจใส่ที่จะไม่ให้กำเนิดปัญหาหรือไม่?” อาทิเช่น ลืมกุญแจบ้านบ่อยครั้ง แม้กระนั้นพวกเรากลับสรุปไปกล้วยๆเลยว่า ขี้หลงขี้ลืม.. ก็เลยไม่เปลี่ยนแปลงการกระทำใด ปัญหานี้ก็ยังคงกำเนิดถัดไป บางทีอาจด้วยด้วยเหตุว่ามันแก้ง่าย แก้ได้ เลยไม่ใส่ใจนัก แต่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งมันก็เสียเวล่ำเวลาชีวิต สุขภาพย่ำแย่จิตอยู่เนืองๆแล้วก็ระวังมันจะเปลี่ยนเป็น “ปัญหาที่มองไม่เห็นผลโดยทันที” ที่มีชี้แจงในข้อต่อๆไป

  1. ปัญหาที่สลับซับซ้อนขึ้น
    แน่ๆมันไม่ขวานผ่าซาก คือปัญหาที่บางทีอาจยังไม่แน่ใจในมูลเหตุ หรือคุ้มครองป้องกันได้โดยทันที จำต้องมีความคิดละเอียดสลับซับซ้อนขึ้นสักนิด เป็นต้นว่า นายจ้างไม่รัก, เพื่อนฝูงไม่ค่อยพึงพอใจ, บอกอะไรมองไม่ถูกไปหมด, จนกระทั่งทำอะไรก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ในที่นี้พวกเรามิได้กล่าวถึงการจัดการกับปัญหา แม้กระนั้นเอ๋ยถึงการคุ้มครองปัญหา เนื่องจากว่าถ้าคือปัญหาที่สลับซับซ้อนขึ้น เวลาเกิดปัญหาแล้ว ผู้ที่โทษตนเองก็จะเฝ้าถามว่า “เพราะอะไร?” ส่วนอีกคนก็โทษคนอื่นๆสิ่งอื่นไปเลย ก็เพราะเหตุว่าเขาไม่เคยรู้ปัจจัย หรือเหตุผลที่มันกำเนิด (ก็มันไม่ไม่อ้อมค้อมกล้วยๆน่ะสิ)

ดังต่อไปนี้ก่อนที่จะกำเนิดปัญหาพวกนี้ หรือเหตุที่เกิดปัญหากลุ่มนี้ เพราะว่าพวกเรามีมุมมองที่แคบไป ไม่ว่าจะความนึกคิด ประสบการณ์ จนถึงความรู้สึก ได้แก่ เป็นคนพูดจากที่ตนเองมีความรู้สึกว่าช่างเถอะ แม้กระนั้นผู้ฟังเขามิได้รู้สึกเสมือนพวกเราด้วย อย่างนี้ก็เลยมีปัญหา (แต่ว่าพวกเราไม่รู้ตัว) หรือดำเนินการในส่วนที่ตนเองคิดเองว่าสำคัญ ก็เลยคิดว่าเพราะเหตุไรนายจ้างไม่รักทั้งๆที่ก็ทำงานมาก แบบนี้ก็เช่นเดียวกัน

ความสลับซับซ้อนเป็นของเป็นพิษกับคำว่า “กล้วยๆ” หากพวกเราคิดง่ายเหลือเกิน ไม่ตรวจตนเอง หรือเรียนรู้บางเรื่องให้รอบด้าน ก็ย่อมนำมาซึ่งการทำให้มีปัญหาที่มีความรู้สึกว่าสลับซับซ้อนตามมา กลุ่มนี้มันก็เลยเป็นเหตุว่าเพราะเหตุไรพวกเราก็เลยรู้สึกไม่รู้เรื่องเมื่อปัญหามันกำเนิด..

  1. ปัญหาที่มองไม่เห็นผลในทันที
    ก็ถือได้ว่าปัญหาสลับซับซ้อนแบบหนึ่ง บางทีอาจภาพชัดกว่าหากเรียกว่า “ปัญหาที่ไกลตัว หรือปัญหาที่ได้ผลช้า” ดังเช่นว่า พวกเราหลายท่านมีปัญหาว่าเพราะอะไรไม่มีเงิน ขาดแคลน ซึ่งพวกเรามักอยากได้วิธีแก้แบบ มีเงินในทันที ร่ำรวยโดยทันที รวมทั้งหาทางที่มีหวัง อย่าง เล่นสลากกินแบ่ง ร้ายหน่อยก็การเดิมพัน การฉ้อฉลบุคคลอื่น

ซึ่งปัญหาแนวนี้จำนวนมากแล้ว ลองคิดดูดีๆก็รู้ที่มาที่ไป แต่ว่าด้วยผลเสียไม่มาทันคราว ความแร้นแค้น, สุขภาพที่เกี่ยวข้องทางร่างกาย, การไม่ใส่ใจบุตรหลาน คนใกล้ตัว พวกเราล้วนรู้ดีว่าผลสรุปจะออกมาไม่ดีทั้งมวล แต่ว่าพวกเรามักไม่เลือกทำ, ประมาท, หรือเปล่าเอาเวลาประดิษฐ์ในสิ่งนั้น เมื่อในช่วงเวลาที่มันยังดีหรือธรรมดาดีอยู่

แม้กระนั้นในอีกด้านก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ นักจิตวิทยาสังคม รวมทั้งเศษฐศาสตร์ความประพฤติปฏิบัติ ศึกษาค้นคว้า แต่งหนังสือมากไม่น้อยเลยทีเดียวให้มองเห็นแนวความคิดการตัดสินใจ แรงบันดาลใจถ้าหากมีเงื่อนไขผูกกับเวลา กระจ่างแจ้งว่าสิ่งใดที่ไกลออกไป ทำให้ความทรหดอดทนผู้คนต่ำ ซึ่งทรหดอดทนต่ำในที่นี้ ไม่ใช่ทรหดอดทนตรากตรำมิได้ หรือเปล่าอดทน แต่ว่าหมายความว่า มักที่จะเลือกเอาสิ่งใกล้ๆหรือคว้าเอาความสบายกล้วยๆก่อน โดยจะทุกข์ยากลำบากตอนหลังหรือเปล่า ยังไม่สนใจ เนื่องจากยังมองไม่เห็นในวันนี้…

ทานของไม่ดี, ดูดบุหรี่, ไม่ออกแรง จนกระทั่ง ดำเนินการสาย กลุ่มนี้ ไม่มีผู้ใดตกระกำลำบากในทันทีทันใด แล้วก็ผู้คนจำนวนมากโชคดีที่มิได้รับผลพวงอะไรกับสิ่งกลุ่มนี้โดยตรง เพียงแค่เมื่อเป็นผลกระทบขึ้นมาเมื่อใดช ล้วนคือปัญหาที่ย้อนมาปรับแต่งอะไรแทบจะมิได้เลย ไม่ว่าจะด้านของสุขภาพ ชีวิตงานการ
แบบอย่างชัดที่สุดเป็น ดูดบุหรี่ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นมีอาการป่วยเป็น โรคมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง[

jumboslot]
หรืออื่นๆแล้วก็แน่ๆวันนี้มองไม่เห็นผลอะไร แม้กระนั้นถ้าเกิดเป็นโรคมะเร็งขึ้นมารวมทั้งย้อนไปปรับแต่งอะไรมิได้

หรือ คุณมาดำเนินการสายตลอดหากแม้ผลงานจะดีขนาดไหน แม้กระนั้นมันก็นับว่าเป็นความไม่บริสุทธิ์ในผลงานได้ (สมมุติสถานที่ทำงานนั้นให้ความเอาใจใส่เรื่องเวลา) ถึงคุณจะโต้แย้งโต้แย้งกับสถานที่สำหรับทำงานว่า เพียงแค่มาสายแต่ว่าผลงานดี ก็ไม่ผิดในมุมของคุณ แม้กระนั้นถ้าหากบริษัทถือเอาหัวข้อนี้เป็นการประเมิน คุณก็ปรับปรุงแก้ไขอะไรมิได้นอกเสียจากมายามเช้าแต่เดิม.. และก็นี่เป็นเพียงแค่แบบอย่างกล้วยๆเพียงเท่านั้น

การปกป้องคุ้มครองปัญหาแบบงี้เป็น ทำอะไรก็จะต้องคิดให้ไกล ถ้ามีชีวิตอยู่เพื่ออนาคต เพื่อวัตถุประสงค์ พวกเราจะยิ่งมองดูไกลแล้วก็ห่วงสิ่งที่จะตามมาเยอะขึ้นเรื่อยๆเอง หรือที่สำคัญอย่างหนึ่งผู้ที่รักตนเองมากพอ ก็จะห่วงตนเองในทุกเรื่องมากขึ้นได้อย่างง่ายๆเลย

  1. ปัญหาที่มิได้สร้างเอง
    ส่วนใดส่วนหนึ่งของการหลีกหนีปัญหาไม่พ้นเป็น พากเพียรไม่ก่อปัญหาแต่ว่าปัญหาก็มาเอง ปัญหาแนวนี้รู้เรื่องไม่ยาก แนวทาง (คิด) คุ้มครองป้องกันก็ง่ายๆ.. แม้กระนั้นปฏิบัติจริง บางครั้งอาจจะยากเสียหน่อย

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็ในเมื่อปัญหามิได้มาจากพวกเรา แม้พวกเรา “ไม่ยุ่งกับใครกันแน่” ปัญหาก็ไม่มี แต่ว่าเว้นเสียแต่ทำเป็นยากแล้วยังบางทีอาจน้อยเกินไป ซึ่งจะต้องมีคนพูดว่าพวกเรามิได้ยุ่งกับคนใดกัน ก็อาจมีคนใดกันมายุ่งกับพวกเรา

แนวทางหนึ่งนั้น ถึงแม้ผู้ที่พวกเรา “เต็มอกเต็มใจ” ยุ่งด้วยก็จำเป็นต้องมีกรอบ มีขอบเขตในแต่ละเรื่องเด่นชัด อย่าพากเพียรเอาบางเรื่องไปเกี่ยวเนื่องกันโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น สหายผู้เปลี่ยนมาเป็นหุ้นส่วน จากเพียงแค่ความรู้สึกความเกี่ยวพันกันฉันท์เพื่อนพ้อง มันจะมีเงิน แล้วก็ธุรกิจมาเกี่ยวเนื่อง แบบนี้ อาจมีปัญหา

หรือในความข้องเกี่ยวอื่นๆพวกเราก็จำเป็นต้อง “กล้า” วางตัวหรือใช้กรอบอันควรจะ ไม่ว่าจะเป็นทางมรรยาทสังคม คุณธรรม หรือ ข้อบังคับ พวกนี้มีเพื่อคุ้มครองปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางสังคมอยู่แล้วนั่นเอง ได้แก่ พี่น้องกันญาติกัน ถ้าหากพวกเราเตือน ห้าม เขาก็ว่าเรื่องส่วนบุคคล เวลามีปัญหา จะมาเกิดเรื่องส่วนกลางคงจะมิได้ จริยธรรม กฏหมาย จริงๆก็ไม่ผิด ไม่ถูกเพียงแค่คนพูด คนมองดู อันนี้ก็ขึ้นกับว่า จะเอามาคือปัญหาตนเองเพียงใด ซึ่งถ้าพวกเรามิได้ร่วมอะไร “แต่แรกเริ่ม” ท้ายที่สุดก็ไม่มีผู้ใดหนีความเป็นจริงพ้น..

  1. ปัญหาจากจิตใจ (หรือเงื่อนในใจ)
    หากพูดว่าพวกเราทุกคนมีปัญหาด้านจิตใจ คุณเชื่อไหม? คุณก็บางทีอาจมีความรู้สึกว่า ฉันมิได้เป็นโรคจิต!! มนุษย์เราทำความเข้าใจด้วยประสบการณ์ ซึ่งคำว่าประสบการณ์นี้กว้างอย่างยิ่ง ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าบางเรื่องในชีวิตพวกเราบางทีอาจอยู่ในลักษณะ “ฝังใจ” โดยรู้สึกตัวหรือไม่ก็ตาม..

ขอยกตัวอย่าง อะไรแยกให้คนบางบุคคล กลัวหนอนแบบ.. อี๋ รวมทั้งบางบุคคลไม่กลัว แถมจับเล่นได้ ทั้งๆที่หากว่ากันตามตรรกะ เหตุผล หรือสัญชาตญาณมนุษย์ก็ตาม หนอนประเภทนั้นไม่มีอันตราย และก็รังแกพวกเรามิได้เลย อะไรทำนองนี้นี่เป็นความไม่เหมือนที่มองไม่เป็นเหตุ ได้ผลสำเร็จ

ซึ่งในชีวิตจริงอาจมีด้านอื่นที่เป็นเงื่อนในใจ เป็นต้นว่า พวกเราเกลียดชังคนเยอะ, พวกเราถูกใจต้านคนเสียงดัง, พวกเราเกลียดงานรูปแบบนี้, เกลียดชังสภาพแวดล้อมอย่างงี้ หรือถูกใจคนเฒ่าหัวงูในขณะที่ไม่สมควรถูกใจ แล้วก็ อีกมายมายที่พวกเราเป็น แม้กระนั้นบุคคลอื่นไม่เป็นรวมทั้งพวกเราก็ไม่เคยรู้เหตุผลที่กระจ่างแจ้ง หลายเรื่องไม่ผิดอะไร แต่ว่าหลายเรื่องก็ทำให้เกิดปัญหาให้ชีวิตโดยรู้สึกตัว และไม่รู้สึกตัว

การคุ้มครองปัญหาแนวนี้ไม่ง่ายเลย เนื่องจากว่าใครอีกหลายๆคนไม่รู้สึกตัวว่ามีปัญหาแบบงี้ด้วย หรือเงื่อนในใจของตนเป็นอย่างไร นักจิตบำบัด หรือไลฟ์ผู้ฝึกสอนตัวจริง (ที่ให้คำแนะนำรายตัว) ก็เลยเป็นสิ่งแก้ปัญหา แม้กระนั้นน้อยคนก็จะสารภาพว่าตนเองมีปัญหา โดยอย่างมากในสังคมพวกเรา ถ้าเกิดกล่าวว่า คุณควรจะไปพบจิตแพทย์…

หัวข้อนี้บางทีอาจคือปัญหาหนึ่งที่ปกป้องมิได้.. ก็เนื่องจากไม่รู้ตัว บางครั้งการคุ้มครองป้องกันกับปรับแต่งบางทีอาจเกิดเรื่องเดียวกันเป็น ค้นจิต ค้นจิตใจ ขอคำแนะนำ (ให้ถูกคน) ให้มองเห็นตนเองให้มากยิ่งขึ้น ชัดขึ้น ที่สำคัญเป็นบากบั่นปรับปรุงตัวเอง น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด..

สรุปวิถีทางคุ้มครองปัญหา
ข้อแรกต้องการให้รู้เรื่องว่า ก็ในเมื่อพวกเราหลีกหนีปัญหาไม่พ้น ดียิ่งกว่าก็เลย “อย่าให้ปัญหามันกำเนิด” จะได้ไม่ต้องหนี ไม่ต้องแก้ เพียงแค่มานะคุ้มครองป้องกันให้ได้ ถึงแม้ไม่ง่ายมันก็ดีแล้วกว่า ปัญหาเกิดขึ้นมาให้ตามแก้

ปัญหาไม่อ้อมค้อม : ย่อมจำเป็นต้องกำเนิดด้วยเหตุว่าความไม่รู้ [[NPC5]]เพราะว่าไม่มีผู้ใดต้องการที่จะให้กำเนิด ถ้าหากจะไม่ให้กำเนิดอีก ก็จะต้องแปลงความประพฤติปฏิบัติแล้วก็นิสัย ถ้าหากทราบปัจจัยที่ปัญหาแต่ยังกำเนิดอีกนั้น โน่นเนื่องจากว่าพวกเรายังทำอะไรไปแบบเดิมๆ
ปัญหาที่สลับซับซ้อน : จะเกิดขึ้นได้ยากถ้าหากคิดอะไรอย่างละเอียดขึ้น ถ้วนถี่ขึ้น รวมทั้งมองดูอะไรไกลกว่าเพียงแค่ “ตนเอง” สักนิด แล้วก็ด้วยความสลับซับซ้อน บางทีอาจจำเป็นต้องใช้เวลาที่จะหา หรือมีความเห็นว่า ทำแบบไหนจะไม่ให้กำเนิดปัญหาได้อีก..
ปัญหาที่มองไม่เห็นผลในทันที : ให้ดีก็จำต้องดูให้ไกล มีเป้าหมายให้ชีวิต เนื่องจากว่าถ้าเกิดว่าไม่มีพวกเราก็ดำเนินชีวิตเรื่อยเปื่อย ประมาท ได้อย่างง่ายๆ ที่สำคัญ การรักตนเองมากพอก็สามารถที่จะช่วยให้พวกเราตั้งใจอะไรหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต คิดละเอียดขึ้น มีอนาคตดียิ่งขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็น