โอกาส กับ แว่นตา และถุงมือ

kidsandmom

เคยคิดไหมว่า เพราะอะไรพวกเราไม่มีช่องทางเสมือนคนอื่นๆ? หรือ ที่เขากล่าวว่า ทุกคนล้วนเคยได้โอกาส.. แล้วที่ว่า จังหวะมนุษย์เรามีเท่าๆกัน มันจริงหรอ? บ้างก็ว่า จังหวะนั้นสร้างได้ แล้วไหนล่ะทำมาตั้งนาน?

พวกเรามาไขข้อสงสัยหัวข้อนี้ในมุมมองหนึ่ง หรือแปลงทัศนคติต่อคำว่า “จังหวะ” กันมองกับเนื้อหานี้ที่บางครั้งบางคราว[

เครดิตฟรี]อ่านจบแล้วคุณจะ “ได้โอกาส” ขึ้นมาบ้างก็เป็นไปได้…

จากปริศนาข้างต้นอาจจะตอบก่อนได้เลยว่า พวกเราได้โอกาสเสมือนคนอื่นๆ เนื่องจากว่าพวกเราทุกคนล้วนเคยได้โอกาส ส่วนช่องทางมีเสมอกันไหมนั้น คงจะวัดกันยาก เพราะว่าจังหวะมนุษย์เราไม่เหมือนกัน (อยากได้ไม่เหมือนกัน) รวมทั้งพวกเราสามารถสร้างจังหวะได้! เพียงที่พวกเรายังสงสัยไหมมั่นอกมั่นใจด้วยเหตุว่าขาด “อุปกรณ์ช่วย” บางสิ่ง…

ประการแรกการที่มนุษย์เรามีความคิดว่าตนเองไม่มีช่องทาง เพียงแต่เพราะเหตุว่าไม่เห็นมัน.. ซึ่งการที่ไม่เห็น ก็เนื่องจากว่ามนุษย์เรามองดูบางอย่างต่างกัน ไหมเสมอกัน…

ดังเช่นว่า ในภาวการณ์วิกฤตบางบุคคลเห็นจังหวะได้ ก็เลย ‘เดินหน้า’ ไขว่คว้า แม้กระนั้นบางบุคคลเห็นแม้กระนั้นหายนะ ย่อมมีแต่ว่าตื่นเต้นตกใจ ดูแลตัว คงที่ หรือถอยหลังไปตั้งตัว

แว่นดูจังหวะ
อุปกรณ์แรกที่ควรจะมีเป็น “แว่นมองดูช่องทาง” แน่ๆว่านี่ไม่ใช่แว่นสายตาจริงๆที่จะมีวางจำหน่ายหรือหามาสวม[

สล็อต] เป็นเพียงแค่เปรียบเทียบ ที่ถ้าเกิดคุณต้องการมองเห็นช่องทางคุณจะต้องมองดูมันผ่านแว่นสายตานี้ คุณลักษณะของมันนั้น หลักใหญ่ๆมี 3 ข้อร่วมกันหมายถึง“ดูบวก เอาใจใส่ ใช้สติปัญญา”

ดูบวก : ในที่นี้ย่อมจำเป็นต้องประกอบไปด้วยสติ ไม่ใช่ทุกวิกฤตจะได้โอกาส แต่ว่าหากมองดูทุกสิ่งทุกอย่างเป็นลบ พวกเราก็คงจะทำราวกับเต่าที่หดหัวเข้าไปหลบคอยเรื่องเลวร้ายผ่านไป ซึ่งก็ใช่ว่าจะไม่ถูกอะไร แต่ว่าถ้าเกิดเป็นแบบนี้พวกเราจะมองเห็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ยังไง? ทั้งๆที่จังหวะแรกที่พวกเราจะได้เป็น การเล่าเรียน ประสบการณ์และก็การยินยอมรับในวิกฤตนั้นๆ

ช่องทางจากการมองบวกถัดมาบนแบบอย่างกว้างๆตัวอย่างเช่น ในตอนเศรษฐกิจไม่ดี แน่ๆไม่เหมาะสมกับการลงทุนอะไร แต่ว่าหากมองดูทุกๆอย่างเลวทรามก็อาจจบไปเท่านั้น แต่ว่าในอีกด้านบางบุคคลรู้ดีว่าของอะไรบางอย่างจะราคาไม่แพงมากมาย ด้วยเหตุว่าจำเป็นต้องลด ระบายสินค้า อะไรก็แล้วแต่ การลงทุนที่ตรงนี้ ไม่ใช่ซื้อมาเพื่อขายโดยทันที แม้กระนั้นรอเวลาที่เศรษฐกิจดีค่อยเอามาออกขาย เพียงแต่ว่า ถ้าเกิดซื้อไว้ปัจจุบันนี้ทุนพวกเราจะต่ำมากมายนั่นเอง..

..บางทีอาจโต้เถียงได้ว่า ก็ในช่วงเวลานี้เศรษฐกิจไม่ดี พวกเราก็เลยไม่มีทุนเช่นกันหากแม้ของมันจะถูกก็ตาม นี่ก็เพราะเหตุว่าขาดคุณลักษณะข้อต่อมาเป็น..

ตั้งใจ : การใส่ใจ ตั้งใจในสิ่งที่ตนปรารถนาหรือเอาใจใส่ที่จุดหมายอยู่เป็นประจำ ก็เสมือนผู้ที่สวมแว่นตามองจังหวะ เพราะว่าไม่มีผู้ใดรู้ดีว่าจังหวะดีๆจะมาเมื่อใด แม้กระนั้นแม้มีการตั้งใจอยู่ การเตรียมการ การเตรียมตัวจะไม่ได้ทำยากเมื่อถึงเวลา

ซึ่งไม่ใช่แค่ในวิกฤต ในเวลาธรรมดาในผู้ที่เอาใจใส่ในเรื่องของตนเองหรือสิ่งที่มีความต้องการของตนเอง ก็จะ “มองเห็นในทันทีเมื่อช่องทางมา” มองเห็นเพียงแค่ครู่ มองเห็นลางๆแม้เป็นสิ่งที่พวกเราไม่แน่ใจสอดส่องหา พวกเราก็ได้โอกาสหามันพบจริงไหม?

แต่ว่าหากมิได้เอาใจใส่ มันบางทีอาจผ่านหน้าไปแล้วผ่านไปอีกด้วยซ้ำ ตามตัวอย่างเดิม ถ้าหากจำเป็นต้องพร้อมจะลงทุน แล้วพวกเรามัวแต่เอาเงินไปใช้ในความต้องการหยาบ ไม่เหลือเก็บ (แถมมีหนี้สิน) คิดเสมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดีไปตลอด พอเพียงพอถึงเวลาจังหวะมาก็จะพร่ำบ่นกล่าวว่า “นี่ถ้าเกิดมีเงินนะ…”

หรือ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเพียงแค่เรื่องเงิน คนไม่พร้อม[

สล็อตออนไลน์]ก็จะได้แต่ว่ากล่าวว่า “ถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้น ถ้าเกิดแบบนี้” ที่แท้สิ่งที่ควรบอกตนเองเป็น “ถ้าเกิดเอาใจใส่…” พวกเราก็บางทีอาจจะได้คิดเผื่อไว้ และก็ ทำเผื่อไว้บ้าง เว้นที่ เว้นเวลา มีทรัพยากรพร้อมเมื่อช่องทางมา ในที่สุดเพราะเหตุว่าความไม่เคยตั้งใจนี้เองบางโอกาสก็เลยเป็นต้นเหตุที่พวกเรากล่าวว่า ไม่มีช่องทางราวกับคนไหนกันแน่เขา..

สติปัญญา : เป็นองค์ประกอบในที่สุดของแว่นยอดเยี่ยมอันนี้ ที่บางทีอาจจะสำคัญที่สุด และก็ชี้แจงยากที่สุดด้วยเหมือนกัน เนื่องจากสติปัญญาไม่ใช่ความฉลาด แม้กระนั้นเป็นการมองมองเห็นจังหวะจากวิชาความรู้ ประสบการณ์ มุมมองต่างๆอย่างย่อมจำต้องรวมกันกับ ดูบวก รวมทั้ง เอาใจใส่ อย่างแน่นอน เนื่องจากถ้ามองดูลบอาจไม่บางทีอาจคิดอะไรดีๆออกมาได้ แล้วก็เมื่อไม่ใส่ใจอาจจะไม่มีประสบการณ์วิชาความรู้ต่อสิ่งหนึ่งมาได้ด้วยเหมือนกัน..

สติปัญญา บางครั้งบางคราวมาในรูปความคิดประดิษฐ์ การต่อยอด มองเห็นหนทาง หรือแนวความคิดวิธีการทำอะไรบางอย่าง ที่บางทีอาจเกิดมาเอง รวมทั้งบางทีอาจไม่เกิดมาเลยก็ได้ แม้กระนั้นการฝึกซ้อมช่วยเพิ่มสติปัญญาได้ เพียงแต่ว่าทุกวันที่ผ่านไป พวกเราศึกษาอะไรเพิ่มบ้าง พวกเราดำรงชีวิตเช่นไร พึงพอใจอะไร และก็มัวแต่คิดเรื่องอะไร?.. รับประทานอะไรดี ซื้ออะไรดี ท่องเที่ยวไหนดี? ที่มิได้ไม่ถูกอะไร แต่ว่าถ้าหากวนอยู่เพียงนี้ตลอดกาล สติปัญญาต่อบางอย่างคงจะไม่กำเนิด..

เป็นต้นว่าว่า มีห้องอาหารหนึ่งมาเปิดใกล้บ้าน ขายดิบขายดีคนแน่นร้านค้า คน “ดูลบ” จะคิดในทันทีว่าจะขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าสักเพียงใด สักครู่ก็เลิกเห่อ คน “ไม่ใส่ใจ” ก็จะมองดูเพียงแค่ว่า ต้องการทดลองไปลองบ้าง หรือไม่ก็ไม่ไปรับประทานหรอกคนเยอะขี้เกียจคร้านรอคอย แต่ว่าถ้าหากใช้สติปัญญา บางทีอาจคิดสักนิดว่า เพราะอะไรเขาก็เลยขายดิบขายดี แม้ว่าจะขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเพียงแค่ตอนแรก ก็จะ “มองดูตรึกตรอง” จนถึงมีความคิดเห็นว่าเพราะเหตุไรก็เลยเป็นแบบนั้น เผื่อวันหนึ่งพวกเราทำห้องอาหารหรือธุรกิจ ก็จะมีสิ่งนี้เป็น “จังหวะ” อีกทั้งเกื้อหนุน แล้วก็คุ้มครองความบกพร่องให้พวกเราถัดไปได้

หรือบางบุคคลบางทีอาจมองเห็นเป็นช่องทางในทันที ว่า ของกินประเภทนั้นเป็นที่ชื่นชอบ พวกเราควรที่จะนำมาขายบ้าง หรือเปิดร้านของหวาน ร้านค้าน้ำใกล้ๆเพื่อต่อยอดลูกค้าจากเขาก็ไม่เลว ฯลฯ…

หากแม้ไม่บางทีอาจยกตัวอย่างได้ครอบคลุม ละเอียดนัก แต่ว่ามั่นใจว่าคงจะทำให้พอเพียง “แลเห็น” แล้วว่าจังหวะนั้น เริ่มจากพวกเราดูสิ่งต่างๆรอบข้างผ่านด้วยสายตาแบบไหน มี แว่นดูช่องทาง ใส่อยู่รึเปล่า

เท่านี้บางทีอาจยังไม่เพียงพอ เพราะว่ายังเหลืออีก 1 เครื่องไม้เครื่องมือ โน่นเป็น

ถุงมือจับจังหวะ
จากเครื่องไม้เครื่องมือเปรียบเทียบอันก่อนเรื่องแว่นดูช่องทางนั้น มันเริ่มที่ว่าพวกเรามองดูมันยังไง ย่อมมีคนส่วนหนึ่งส่วนใดอ่านและมีความรู้สึกว่า แท้จริงพวกเราก็แลเห็นนะ มองดูอยู่ตลอดสำหรับการหาจังหวะต่างๆหรือการพัฒนา แม้กระนั้นถึงเวลาก็ได้แต่ว่ามองดู…

ก็อย่าพึ่งจะท้อไป นับว่ายังดีที่พวกเรายังเห็น ถึงแม้พวกเรามิได้ช่องทางวันนี้ คราวหน้าก็ยังมี แต่ว่าก็ต้องระมัดระวังไว้บ้าง จังหวะดีๆมิได้มีมาบ่อย ดังต่อไปนี้อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จะต้องมีไว้ใช้กับช่องทางเป็น “ถุงมือจับจังหวะ” ซึ่งอาจมีปัญหาว่า เพราะเหตุใดผมจะต้องเปรียบ อุปมาอุปไมย เป็นแว่น เป็นถุงมือด้วย เขียนคุณลักษณะแง่คิดไปเลยมิได้หรือ?

แท้จริงก็ได้แล้วก็คงจะเขียนง่ายดายกว่าด้วย แม้กระนั้นจำ[

jumboslot]เป็นต้องสารภาพว่า สมอง ความนึกคิด โดยอย่างมากสติมนุษย์เราเวลาอะไรมันหลายๆอย่าง พวกเราก็คิดไม่ทัน รำลึกไม่ทัน การเปรียบเทียบเปรยๆเป็น แว่น กับ ถุงมือ ผมว่า มันจำง่าย รำลึกง่าย เตือนตนเองได้ง่าย ว่าพวกเรามีแว่น ถุงมือที่ไม่เห็นนี้ใส่ไว้หรือยัง…

สำหรับ ถุงมือจับช่องทาง ก็เป็นสิ่งที่จะต้องมีคุณลักษณะสำคัญเช่นเดียวกัน อันมี “ป้องกัน แข็งแรง แล้วก็ เหมาะกับมือ”

คุ้มครองป้องกัน : ในที่นี้อีกทั้งทางจิตใจ แล้วก็ด้านกายภาพ โดยสาเหตุแรกที่ทำให้พวกเราพลาดการ “คว้าจังหวะ” เป็นความ “กล้า” พวกเราคนไม่ใช่น้อยกลัวความไม่ประสบผลสำเร็จมากจนเกินความจำเป็น ซึ่งผู้กระทำลัวความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องไม่ถูกโดยเป็นอย่างมากถ้าเกิดจะต้องสูญเสียอะไรไป แต่ว่าผู้คนจำนวนมากก็กลัวความผิดพลาดเพียงแต่ด้วยเหตุว่าไม่กล้าพบเจอ สายตา และก็ ลมปาก จากคนอื่นๆที่รอดูเหยียดหยาม หรือกล่าวทับถมเพียงแค่นั้น ในยามพวกเราพลาด..

หากคุณคิดตรองดีๆนี่เป็นการทำลายจังหวะตั้งแต่แรก การมิได้เริ่มทำอะไร หรือคว้าช่องทางใด บางทีอาจไม่เสียหายในช่วงต้น แต่ว่ามันอาจทำให้ชีวิตถอยหลังไปช้าๆซึ่งเป็นได้ว่าที่กลัวลบหลู่ดูหมิ่น กลัวล้มเหลวในวันนี้ ถัดไปก็ไม่พ้น โดนอยู่ดี รวมทั้งแท้แล้วผู้ที่รอเพ่งดูถูกพวกเรา เขาก็ดูถูกดูแคลนพวกเราวันยังค่ำ ไม่ว่าล้มเหลวหรือเพียงแค่ไม่ดีขึ้น หนำซ้ำ เขาก็มิได้ช่วยอะไรให้ดียิ่งขึ้นได้ มีเพียงแค่สองมือพวกเราแค่นั้นที่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเองให้ชีวิตดียิ่งขึ้นมา แบบนี้ จะล้มไหมล้มก็ไม่มีความต่างกัน ขึ้นกับว่าจะกล้าลงมือไหม

แต่ว่าความอาจหาญก็ไม่ใช่ทั้งสิ้น ควรจะมีการ “ลงมือ” ที่ดีด้วย ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากความ “ตั้งใจ” เป็นมีความมุ่งมั่น ในช่วงเวลาที่จังหวะยังไม่มาหรือกำลังเดินทางมา ถุงมือนี้จะคุ้มครองได้ ก็จำเป็นต้องลงมือ “ฝึก” ก่อน ได้ “ทำความเข้าใจ” ได้ “ทดสอบ” เพราะว่าการได้ลงมือกระทำอะไรมาบ้าง ประสบการณ์จะช่วยคุ้มครองป้องกันการ “คลาดโอกาส” อย่างต่ำก็ลดสิ่งบกพร่องยิ่งใหญ่ที่จะตามมา

เป็นต้นว่า คุณต้องการมีธุรกิจใหญ่มโหฬาร แต่ว่าไม่กล้าเริ่มจากเล็กๆมันจะไปวันนั้นได้เช่นไร ผู้กระทำล้าลงมือกระทำรวมทั้งหากเบาๆทำมันบางทีอาจยังไม่ใช่ในช่วงเวลาที่เรียกว่า “จังหวะดี” แต่ว่าเนื่องจาก “การลงมือกระทำ” ในวันนี้นี่แหละ คุณจะทำความเข้าใจและก็พร้อมเมื่อช่องทางใหญ่มา คุณจะไม่พลาดที่จะจับมัน (เนื่องจากห้อมล้อมไปด้วยสิ่งนั้นอยู่แล้ว) แล้วก็แน่ๆไม่เพียงแค่เป็นการคอยมอบโอกาสมา ส่วนหนึ่งส่วนใดจะมองเห็นได้ว่านี่พวกเรากำลัง สร้างจังหวะให้ตนเองได้อีกด้วย

ได้แก่เดิมไม่เพียงแต่แง่ต้องการมีธุรกิจราวกับที่ยกตัวอย่าง การทดลองลงมือกระทำ ทำเป็นทุกเรื่อง ตามแต่แผนการที่คุณอยากได้ ต้องการเป็นนักประพันธ์ต้องหาที่เขียน ต้องการเป็นนักร้องต้องหาที่ร้อง ต้องการเป็นอะไร “กล้า” พาตนเองไปใกล้ๆจุดนั้น เพราะเหตุว่าแม้ว่าคุณจะยังมิได้มันในวันนี้ แม้กระนั้นดีแล้วกว่าไม่มีอะไรให้มองเห็นเลย.. (อย่างต่ำการเล่าเรียน การเล่าเรียนประเด็นนั้นๆตลอดระยะเวลาก็มีค่าต่อจังหวะแล้ว)

ทน : และก็ด้วยเหตุว่าไม่มีอะไรได้รับโดยง่าย ถุงมือจับโอกาสนี้จะต้องมีความ คงทน อยู่ด้วย ช่องทางแม้ว่าจะมองเห็น และก็คว้าไว้ทัน แต่ว่ามันก็ยังผ่านไปได้ ถ้าเกิดจับไว้ไม่แน่นพอเพียง ไม่ทรหดอดทนพอเพียง “คงทนของถุงมือในที่นี้เป็นเพียร” ในเมื่อกล้าจะลงมือกระทำแล้ว พวกเราจำต้องทรหดอดทนได้มากพอเพียง ตราบจนกระทั่งจังหวะดีๆนั้นจะมาถึง เพราะว่าทุกๆสิ่งย่อมมีปัญหา

เทียบเหมือนรูปภาพการ์ตูนที่ถูกใจแชร์กัน มีคนขุดดินไปลึกกระทั่งแทบพบทรัพย์สมบัติแล้วดันเลิกซะก่อน บนชีวิตจริงไม่มีผู้ใดทราบ ระหว่างนี้ยอดเยี่ยมเป็น ปรับปรุง ทำความเข้าใจ ปรับแต่ง ถึงแม้ว่าจะกำลังได้ช่องมา อย่ามีความรู้สึกว่ามันจะอยู่กับพวกเราตลอดกาลแม้ไม่ทำอะไรเลย ซึ่งโน่นมันบางทีอาจยังเป็นเพียงแต่ “ช่องทางได้เริ่ม” เพียงแค่นั้น จะต่อยอดไปได้หรือเปล่า ยังไม่รู้จัก นี่ก็เลยเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งทำให้ใครหลายๆคนไม่พึงพอใจช่องทางอีก เพียงแค่ด้วยเหตุว่ามีความคิดว่าถึงแม้ได้มา เขาก็ทำอะไรกับมันมิได้เพียงแค่เนื่องจากเขาไม่เคยบากบั่น หรือทรหดอดทนให้มากพอ…

เหมาะกับมือ : เป็นคุณลักษณะที่ใช้ยากแม้กระนั้นสำคัญ เหมือนกันกับสติปัญญา หากแม้พวกเรากล้าทำ รวมทั้งทรหดอดทน แม้กระนั้นใช่ว่าทุกคนจะเหมาะสมกับสิ่งที่ตัวเราเองคิด จำเป็นต้องทราบและก็แน่ใจว่าจังหวะที่ต้องการคว้า หรือคว้ามาแล้ว “ควรจะเป็นช่องทางของพวกเราจริงๆ” แน่ใจว่านี่เป็นสิ่งที่เป็นจุดมุ่งหมาย แล้วก็ปรารถนาในชีวิต เพราะเหตุว่าถ้าเกิดคว้าไม่ถูกชีวิตก็เสียเวล่ำเวลา ก็เลยเปรียบเสมือนว่า เมื่อมีถุงมือจับจังหวะแล้ว จะคว้าจังหวะใดมาควรจะทราบดีว่ามันเหมาะสมกับพวกเราไหม…

ประการที่สำคัญยิ่งกว่า ถุงมือจับโอกาสนี้ควรรู้ว่าสองมือคุณนี้เดี๋ยวนี้จับอะไรอยู่?

บางบุคคลจะเอาทุกสิ่งในชีวิต จับหัวข้อนั้นอยู่ จับหัวข้อนี้อยู่ แล้วต้องการคว้าช่องทางไว้ให้ได้ด้วย หรือต้องการเอามันทุกช่องทาง มันย่อมไม่พอเหมาะเนื่องจากมีสิ่งที่ถืออยู่ก่อนกันขวาง พวกเราจะต้องเลือกทิ้งบางสิ่งบางอย่างไปบ้าง ตัดบางอย่างทิ้งบ้าง ดังประโยคหนึ่งที่ยังไม่มั่นใจที่มาว่าผู้พูดคนแรกเป็นใครกันแน่ แม้กระนั้นจริงอย่างยิ่ง “ถ้าหากอะไรก็สำคัญหมด มีความหมายว่าไม่มีอะไรสำคัญเลย”

พวกเราล้วนมีข้อกำหนด ทั้งยังความรู้ความเข้าใจ เวลา เงินทุน การเลือกเฟ้น ก็เลยต้อง ถ้าหากมือพวกเราถือสิ่งไม่มีความจำเป็นใดไว้ พวกเราก็จะไม่มีมือจับความจำเป็นได้ถนัดนัก

ถุงมือเป็นลงมือ
เรื่องถุงมือนี้ บางทีอาจเปรียบเทียบมากมายไปจนถึงเข้าใจยาก ย่อๆให้ได้ว่า ถุงมือก็คือการลงมือ ถ้าเกิดไม่กล้าก็มิได้ทำอะไร ถ้าเกิดทำไปนิดหนึ่งท้อใจ ก็อย่าไปโทษอะไร แล้วก็ที่สำคัญ วันแล้ววันเล่า ลงมือกระทำอะไรอยู่ เรื่องตนเอง เรื่องของใครกันแน่ ประดิษฐ์หรือทำลายจังหวะ มันด้วยมือพวกเราทั้งปวง หามถืออะไรไว้ แล้วจะเอาในเวลาที่ไหนไปลงมือกระทำในสิ่งที่เป็นช่องทางของพวกเรา กลุ่มนี้เป็นคุณลักษณะที่การได้มา รวมทั้งรักษา “จังหวะ”

คิดไม่ดีอาจจะมิได้ทำ ทำไม่คิดอาจมิได้ดี
แว่นรวมทั้งถุงมือ
รวมแล้วทีนี้คือ “ความนึกคิดรวมทั้งความประพฤติปฏิบัติ” คิดไม่ดีคงจะมิได้ทำ[[NPC5]] ทำไม่คิดอาจจะมิได้ดี ไม่เคยนึกถึงวัตถุประสงค์ก็เหมือนไม่มีแว่นสายตาหาช่องทาง ไม่เคยกล้าลงมือกระทำ หรือทดลองลงมือกระทำ ก็ไม่มีความต่างจากคอยจังหวะลมๆแล้งๆแม้ว่าจะผ่านมาก็ไร้ค่าอะไร ได้มาก็บางทีอาจเป็นจังหวะที่ไม่คุ้ม ส่วนสำคัญก็ตรงที่พวกเราระลึกถึงตนเองเพียงใด รักตนเองมากแค่ไหน ตั้งใจตนเองจริงๆเพียงใด…

แม้ตายัหาองแม้กระนั้นเรื่องคนอื่นๆชีวิตบุคคลอื่น สองมือนี้ยังจัดแจงจัดแบ่ง “ความประพฤติ” มิได้ หรือ ปฏิบัติงานให้บุคคลอื่นไปวันๆหมดวันแล้วไม่เอาอะไรเลย ไม่ทำเพื่อตนเองจริงๆเลย อย่างนี้เมื่อไรจะได้ช่อง..

ช่องทางที่พวกเราอ้างถึงว่าอยากได้ แต่ว่าบางทีอาจไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง และก็คนใดกันแน่จะเข้าใจกันดีอยู่แล้วไปกว่าพวกเรา รวมทั้งพวกเราอา