เป้าหมายของปีที่ผ่านมา My OKRs 2563

kidsandmom

หัวข้อนี้เล่าสู่กันฟัง ที่ธรรมดาจะเขียนแล้วก็โพสต์ตอนปลายปีเปรียบเสมือนเป็นสมุดบันทึกของตนเอง แต่ว่าปีนี้มีเรื่องมีราวจัดลำดับบทความมาแทน ที่คงจะดีและก็มีคุณประโยชน์ต่อคนอ่านมากยิ่งกว่านั่นเอง จากที่แนะบ่อยๆว่าพวกเราควรต้องมีเป้าหมายในชีวิต ซึ่งบางครั้งบางคราวเวลาพวกเราเอ๋ยถึงจุดมุ่งหมายชีวิต คนถูกใจคิดไปในรูปภาพทำนองว่า จำต้องยิ่งใหญ่ตระการตา แท้จริงก็เคยเขียนไปแล้วในบทความชื่อว่า จุดหมาย ไม่จำเป็นเท่าการวางเป้าหมาย เพราะว่าวัตถุประสงค์จะใหญ่ไหม ไม่มีความจำเป็น [

เครดิตฟรี]มันจะต้องมีแนวทางดำเนินงาน หรือแนวทางลงมือกระทำด้วย กลุ่มนี้จะก่อให้พวกเราทราบดีว่าวันแล้ววันเล่านั้นมีค่าสื่อความหมายอะไร รวมทั้งมันสามารถนำความสำราญมาให้พวกเราได้แบบที่ผู้คนจำนวนมากยากจะเข้าดวงใจ…

แต่อะไรที่ว่าดีถ้าตนเองไม่ทำ มันก็แค่นั้น ในประเด็นการวางเป้าหมายผมใช้ OKRs* มาเป็นวัสดุ ที่วันนี้จะเอามาเล่าสู่กันฟังว่าปีที่ล่วงเลยไป ปีที่ขึ้นชื่อว่ายิ่งนักสำหรับหลายๆคนนั้น สำหรับผมมันเป็นยังไง
(*OKRs เป็นกรอบการทำงานที่มีต้นแบบการวางแผนแล้วก็ประเมินผลแบบหนึ่ง)

ในปี 2563 หรือ คริสต์ศักราช 2020 ผมกำหนดเป้าหมาย (Objective) ไว้ 4 เรื่อง ที่แอบหวังว่าคงจะพอใช้ได้คุณประโยชน์ในปีนี้ (2564) ให้กับบางบุคคล โดยเป้าหมายหลักเป็น 4 ด้านของการดำนงชีพหมายถึง1 ปรับปรุงสมรรถนะ, 2 ธุรกิจ, 3 ความยั่งยืน (การคลัง), 4 การดูแลตนเองรวมทั้งคนที่อยู่รอบข้าง

หากเป็นการดำเนินธุรกิจก็บางทีอาจถือได้ว่าจุดมุ่งหมายของแต่ละแผนก โดยในแต่ละด้านก็จะมีตัวชี้วัด (Key Result) อันซึ่งก็คือว่า เว้นแต่ทำอะไรแล้วจำต้องทราบว่า “ที่ทำไปส่งผลลัพธ์อะไร ควรจะวัดได้” ด้วย ซึ่งภายใต้ตัวชี้วัดบางตัว ผมก็มีการระบุ สิ่งที่จำต้องทำ (task) ไว้อีกครั้ง เพื่อดีไซน์เวลาให้สมควรว่าแต่ว่าละวันจะทำเรื่องไหน เวลาใด แล้วก็จำเป็นต้องทำเพียงใด ดังนี้ ปริมาณ แบบอย่าง จุดมุ่งหมาย อาจไม่ต้องเสมือนคนไหนกัน เพราะว่าแต่ละคนอาจจะมีเป้าหมายต่างกัน (แล้วก็อาจมีความแตกต่างสำหรับในการทำ OKRs ธุรกิจหน่วยงานอยู่บ้าง**)

การบริหารร่างกายปีละ 2 วัน อาจจะน้อยเกินไปทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นมาได้
อนึ่งหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตผลสรุปมิได้ออกมาจากเพียงแค่ว่า “ได้ทำ” หรือ “เคยทำ” แต่ว่าถ้าหากกำเนิดได้ไพเราะเพราะพริ้ง[

สล็อต] “ทำอย่างสม่ำเสมอ” เพียงแค่นั้น การไม่ระบุ ให้มันอยู่ในสิ่งที่จะต้องทำ โน่นอาจก่อให้พวกเราไม่ทำ หรือมันจะแปลงเป็นสิ่งเพียงแค่ “เคยทำ” ไม่มีทางใกล้วัตถุประสงค์จากสิ่งนั้นเลย ตัวอย่างเช่น การบริหารร่างกาย แม้ทำเพียงแค่วันสองวันต่อปี อาจไม่มีสาระมากพอที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงหรือแข็งแรงขึ้นมาได้…

ต่อไปนี้โดยหลักแล้ว พวกเราอาจมีการตั้งความมุ่งหมายได้ 2 แบบ เป็นแบบฝันให้ไกล (moonshot) หรือแบบ Stretch Goal กับอีกแบบเป็น จำต้องทำ Committed goal อันหมายคือมีความสำคัญ ซึ่งก็ว่ากันตามสมควรและก็เหตุจำเป็น

สำหรับผมในแต่ละด้านที่กำลังจะเขียนถึง บางทีอาจกล่าวเพียงแต่โดยอย่างคร่าวๆไม่ให้รายละเอียดที่บางทีอาจเป็นชีวิตส่วนตัวมากมายไปบางทีอาจไม่มีสาระ

  1. ปรับปรุงสมรรถนะ
    การพัฒนาความสามารถหรือ บางทีอาจกล่าวว่าเป็นการปรับปรุงตัวเองก็ได้ ถ้าหากในวัยเอ๊าะๆ หรือสำหรับคนที่ยังค้นหาจุดยืนในชีวิต[สล็อตออนไลน์] จุดหมายนี้จะต้องเป็นแบบฝันไกล Stretch Goal จำต้องศึกษา ฝึกหัด จำเป็นต้องปรับปรุงตนเองให้มากมาย ก็ขึ้นกับเป้าหมายหลักในชีวิต แม้กระนั้นในวัยและก็ช่วงชีวิตผม ที่มิได้จะกล่าวว่าเก่งสุดๆแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องปรับปรุง เพียงแค่เป็นจุดมุ่งหมายแบบจำต้องทำ Committed goal เลือกเน้นถึงหน้าที่การงานสิ่งที่จะมีประโยชน์ในอนาคตอันใกล้ ได้แก่งานด้านหนึ่งของผมเป็นวิทยากร ก็จะต้องมีวิชาความรู้ การจะมีความรู้ความเข้าใจก็จำเป็นต้อง “เรียนแล้วก็อ่าน” ผมก็มีตัวชี้วัดว่าจำเป็นต้องอ่านปีละกี่เล่ม รวมทั้ง เรียนปีละกี่เรื่อง ทำนองนี้ โดยอาจมีตัวชี้วัดที่ยากและก็ท้านิดนึงก็ตรงที่ “เวลา” มีจำกัดนี่แหละ ปีนี้ผลของการประเมินด้านนี้เป็น 0.7 หรือ 70% นับว่าเข้าขั้นผ่าน
  2. ธุรกิจ
    ก็จะเกิดเรื่องปรับปรุงบริษัทเล็กๆของตน ที่บางทีอาจเรียกว่าคณะทำงานมากยิ่งกว่า โดยมีตัวชี้วัดเป็นปริมาณงานแต่ละส่วน รวมทั้งมีสิ่งที่จะต้องทำ (task) หรือ todo list กำหนดปริมาณไว้อีกส่วนด้วย ปีที่ล่วงเลยไปยังคงตั้งความมุ่งหมายเติบโตแต่ว่าไม่สูงเท่าไรนักจากการวัดสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจากปีกลายหน้า แต่ว่าก็อย่างที่รู้กันดีมีเรื่องมีราวราวไม่คาดคิดจากวิกฤติเชื้อไวรัสวัววิด-19 ธุรกิจรับผลพวงโดยตรง ว่ากันไปก็ควรปรับแผนต่อกร ถ้าหากเป็นด้านอื่น เรื่องอื่นคงจะเพียงพอทำเป็น แม้กระนั้นในด้านนี้ของผมนั้น เป็นไปไม่ได้เลี่ยงได้เลย ก็เลยส่งผลประเมินอยู่ที่ 0.35 หรือ 35% จัดว่าออกจะตรากตรำทีเดียว
  3. ความยั่งยืนและมั่นคง (การคลัง)
    ด้วยเงินเป็นเหตุของการดำรงชีวิต และก็มีผลถึงการวางเป้าหมายชีวิตในอนาคต วัตถุประสงค์ความยั่งยืนด้านการเงิน ก็เลยจะต้องเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง แน่ๆว่าปัจจัยสำคัญก็มาจากธุรกิจ หรืองาน งานดีเงินย่อมดี แม้กระนั้นอย่าลืมว่า “พวกเราสามารถหาเงินได้หลายทาง รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายได้หลายแนวทาง” การมีเป้าหมายทางด้านการเงินไว้ ก็เลยช่วยทำให้พวกเรา “พิจารณา” รวมทั้งเปลี่ยนแปลงชีวิตไปตามเหตุการณ์ได้ ปีนี้เรื่องนี้ทำไปได้ 0.45 หรือ 45% มุมหนึ่งก็จัดว่าสอบตกเพราะว่าประเด็นนี้เป็นวัตถุประสงค์แบบ จะต้องทำ Committed goal แม้กระนั้นถ้าหากเทียบกับเหตุการณ์แล้ว ส่วนตัวก็คิดได้ว่าโชคดีกว่าคนอีกหลายๆคนแล้ว ปัจจัยหลักอยู่ที่ โชคดีที่ไม่มีหนี้สิน แล้วก็มีรายได้พิเศษบ้างนี่แหละครับผม…
  4. การดูแลตนเองรวมทั้งรอบกาย
    สำหรับผมหมวดนี้บางทีอาจรวมกันไปในส่วนของ สุขภาพ(การบริหารร่างกาย) และก็ครอบครัว[jumboslot] ตามเคยกล่าวไว้ ถ้าเกิดพวกเราไม่ดูแลตนเองพวกเราบางทีอาจคิดตื้นๆว่าก็ตัวของพวกเรา แท้จริงมันเป็นการผลิตภาระหน้าที่ให้คนที่อยู่รอบข้างด้วยต่างหาก นอกเหนือจากนั้นการสนใจคนที่อยู่รอบข้างก็สำคัญเหมือนกัน ชีวิตที่จะมัวแต่โลกส่วนตัว เรื่องเฉพาะบุคคลและก็แต่งงานมาเพียงแต่เติมเต็มช่องว่างเพียงแต่ในช่วงเวลาที่เหลือ หรือเพียงแค่ในระหว่างที่พวกเราอยากได้ แบบงี้เห็นแก่ตัวมากเกินความจำเป็น พวกเราจะต้องเป็นทั้งยังผู้บริจาครวมทั้งคนรับที่ดี จากเหตุการณ์วิกฤติ ผมก็บางทีอาจเสมือนผู้คนจำนวนมากที่สบโอกาสดีอย่างหนึ่งเป็นการมีเวลาครอบครัวที่มากขึ้น ดูแลตนเองก้าวหน้าขึ้น หมวดนี้ก็เลยทำเป็นไป 0.9 หรือ 90% อย่างยิ่งจริงๆ

จากที่เขียนมา มันทำให้ผมเองได้ทวนในหลายข้าวของแผนปีนี้ (2564) ที่จะต้องปรับ และก็คงจะพอเพียงทำให้คุณมองเห็นมุมมองเล็กน้อยเหตุว่า ชีวิตผู้คนนั้นย่อมยากที่กำลังจะได้อะไรทุกๆสิ่งทุกๆอย่างดังหวัง แต่ว่าการมีเป้าหมายแจ่มชัดถ้าหากท่านเป็นผมก็อาจจะรู้สึกได้เหมือนกันว่า พวกเราสามารถควบคุมชีวิตพวกเราเองได้ พวกเรารู้ดีว่าอะไรที่พวกเราจะดี อะไรที่พวกเราห่วย ด้วยตัวเราเอง ไม่ต้องโทษผู้อื่น สังคม สภาพแวดล้อม หรือดวง แม้ว่าจะเห็นว่าควบคุมมิได้ในมุมหนึ่ง แต่ว่าพวกเราก็จะเข้าจิตใจมันได้…

ไม่เครียด ไม่ต้องท้อ ไม่ต้องคาดหมายอะไรที่ไม่มีทางเป็นไปได้ แม้กระนั้นทราบดีว่าพวกเราจะเลียนแบบไรถัดไป[

slot] เหน็ดเหนื่อยได้ พักได้ ยิ้มได้ แล้วก็ไปต่อได้ ไม่ได้มีความแตกต่างกับหลายๆชีวิตที่ยังมีวันพรุ่ง แล้วก็ปีต่อไป ที่พวกเรามั่นอกมั่นใจได้ว่า ยังไงก็ตามกว่าปีให้หลังแน่ๆเพราะว่าพวกเรามีแผนในการจัดการแล้ว โชคดีปี 2564 นะครับ

(**OKRs นั้นยืดหยุ่นได้ จะตั้งทุกปี หรือราย 3 เดือนสุดแต่จุดหมายต้นเหตุ ในภาคธุรกิจ ทุกปีบางทีอาจช้าไปในบางเรื่อง ในตัวบุคคล เปลี่ยนแปลงทุกราย 3 เดือนบางทีอาจมองลังเลมากจนเกินความจำเป็น แม้กระนั้นอย่าลืมว่า บางโอกาสพวกเรามีเป้ามาย (Objective) หนึ่ง พวกเราอาจจะไม่ทราบหรอกว่าหากแม้พวกเราจะทำเป็นเรียกตัวชีวัด (Key result) นั้นแล้วมันจะบรรลุเป้าหมายไหม พวกเราอาจมาปรับนิสัยชี้วัดแทน หรือลงไปเปลี่ยนที่กรรมวิธีแทนในแต่ละตอนเอาก็ได้)