อย่าโทษใคร ในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเรา

kidsandmom

เขียนหัวข้อนี้ภายหลังจากไปชี้แจงให้บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นอีกทีที่ผมมานะบอกเรื่อง Feedback สำหรับในการอธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟัง คำว่า Feedback ในที่นี้ ผมคิดคำไทยที่สมควรไม่ออกเวลานี้ แต่ว่าแต่ถ้าหากให้ชี้แจง มันเป็นการพูดสะท้อนบางสิ่งให้บุคคล คนหนึ่ง รับรู้ ฟัง และก็ผมกล่าวว่า มันเกิดเรื่องที่ยาก เนื่องจากโดยนิสัยคนส่วนมาก ไม่ค่อยเห็นด้วยในสิ่งที่ผู้อื่นสะท้อนง่ายนัก

ผมยกตัวอย่างถามคนอีกทั้งห้องสำหรับประชุมว่า “แม้กระทั่งพวกเราสะท้อนในเชิงบวก[

เครดิตฟรี] ว่าถ้าเขาทำอย่างงี้งานเขา ตัวเขาจะดียิ่งขึ้น คุณว่า เขาฟังไหม?” คำตอบเป็นไม่มั่นใจ รวมทั้งหลายๆคนสั่นศีรษะ ต่างสารภาพว่ามันเกิดเรื่องที่ยาก แน่ๆว่านี่เป็นหนึ่งในปัญหาเรื่องการดำเนินการ แล้วก็สำหรับในการดำรงชีวิตด้วยกัน เพราะว่าเมื่อมีการ feedback ความหมายแรกที่เกิดเป็น “ต่อว่าต่อขาน” หรือแปลความกันไปไม่ดี ตัวอย่างเช่น ติเตียน ติเตียน เตียน เป็นคำที่ไม่มีเชิงบวกเลย หลายๆคนรู้ว่า กระทั่งการ “ให้ข้อมูลที่เป็นจริง” ก็บางทีอาจสะท้อนไปในสิ่งที่ “ไม่ได้อยากต้องการสารภาพ?” หรือแม้ว่าจะพูดว่า ติเตียนเพื่อก่อ นั้น มันก็ “ว่ากล่าว” อยู่ดี

“ความหวาดกลัวไม่ถูก” อยู่ในพวกเราทุกคนเป็นปกติ
เมื่อสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้น “ผู้ที่กลัวไม่ถูกมากยิ่งกว่า” จะหาทางหลีกเลี่ยง หรือโยนก่อน ซึ่งสำหรับในการกลัวไม่ถูกนี้ มีหลายใจความสำคัญ บางทีอาจกลัวผิดแบบโดนลงโทษ จนถึง กลัวผิดแบบ “ผู้อื่นจะมองดูตนไม่ดี” ในกรณีข้างหลังนี้ บางครั้งบางคราว บางบุคคล ไม่รู้ตัว

ตอนหนึ่งของการทำงานฝ่ายบริหาร [

สล็อต]ผมมักถูกโยนให้เป็นคนผิดแบบขำๆประมาณว่า ถ้าเกิดประเด็นนี้ไม่เวิร์ค (ไม่ได้เรื่อง) มันเป็นไอเดียของผม ซึ่งสำหรับผมแล้ว ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ในฐานะพวกเราเป็นฝ่ายบริหาร คิดดีๆเช่นไรพวกเราก็มีส่วนไม่ถูก การคิดแบบนี้ มุมหนึ่งดีแล้ว แม้กระนั้นอีกมุม บางครั้งบางคราวเปลี่ยนเป็นว่า ทั้งหมด ทั้งปวง พวกเราสารภาพผู้เดียว คนก็เลยบางทีอาจมั่นใจว่าก่อนหน้าที่ผ่านมาพวกเราไม่ถูก “ผู้เดียว” จริงๆหรือไม่ก็ไปช่วยเหลือให้อีกคน “ไม่ถูกไม่เป็น”

สำหรับผู้ที่ไม่กลัวไม่ถูก ย่อมกล้าสารภาพในสิ่งที่เกิดอย่างแน่นอน แม้กระนั้นมันบางทีอาจไม่เสมอ เนื่องจากในที่นี้การ “ไม่กลัวไม่ถูก” นั้น บางครั้งบางคราวมันขึ้นอยู่กับว่า “ไม่ถูกต่อผู้ใด?” ด้วย พวกเราบางทีอาจไม่กลัวไม่ถูกต่อเพื่อนพ้อง แต่ว่ากลัวไม่ถูกต่อนายจ้าง ไม่กลัวไม่ถูกต่อนายจ้าง แต่ว่ากลัวไม่ถูกต่อลูกน้อง มันเกิดขึ้นได้หลายมิติ บางโอกาสผู้กระทำลัวไม่ถูกนี้ มันขึ้นกับว่า คนไหนกันแน่มีผลต่อชีวิตพวกเรามากยิ่งกว่ากัน..

ผัวบางบุคคลที่กล้านอกใจเมีย ลึกๆอาจมีความศรัทธาอยู่สองประการ หนึ่ง เมียไม่กล้าเลิก หรือ สอง จับได้ก็ไม่กลัวเลิก(ต้องการเลิก) แน่ๆว่าเมียไร้อำนาจเหนือเขาโดยแท้ ในที่นี้เอ่ยถึงผู้กระทำลัวไม่ถูกก่อนที่จะทำ ไม่ถือว่า รู้สึกไม่ถูกตอนหลัง เศร้าใจวันหลัง

และก็แน่ๆ ความมั่นใจและความเชื่อมั่นว่า หรือมีความคิดว่า อาจจะไม่มีผู้ใดจับได้สำหรับในการทำผิดนั้น ย่อมทำให้ไม่กลัวไม่ถูก ด้วยเหมือนกัน

การไม่รับ feedback ทำให้มนุษย์เราไม่ได้อยาก feedback ไปด้วย เนื่องจากว่าดังเช่นว่าดังกรณีเดิมเรื่องผัว เมีย ข้างชายนอกใจ บางราย (ไม่ใช่ทุกราย) บางทีอาจเคยแสดงทีท่าให้มีความเห็นว่า เขาไม่สบอารมณ์เมียหัวข้อนั้น หัวข้อนี้ กระทั่งเรื่อง sex แม้กระนั้นการ feedback ว่าเขาอยากเยอะขึ้น อาจจะส่งผลให้เขาดูแย่ แบบนี้ ก็ไม่กล้าพูดไป หรือหากเกิดเรื่องอื่น ยกตัวอย่างเช่น มีความรู้สึกว่าในตอนนี้ไม่สวย ขี้คร้าน ไม่ทำงานบ้าน ใดๆ

ไม่กล้าพูดตรงๆแม้กระนั้นกล้าบอกกับบุคคลอื่น
ตามที่พูดว่าส่วนหนึ่งส่วนใด ผู้กระทำลัวไม่ถูกนี้ขึ้นกับที่คนใดกันมีผลกระทบต่อเขา บางบุคคลนอกใจถึงแม้กลัวเมีย เชื่อไหมว่าแต่ว่าเขากล้าบอกให้เพื่อนฝูงฟัง ถึงไม่ใช่เรื่องนอกใจ คนจำนวนไม่น้อย จำต้องระบายเรื่องที่บ้านให้บุคคลอื่นฟัง เนื่องจากว่ามีความคิดว่าบอก[

สล็อตออนไลน์]ที่บ้านไปก็ไม่มีผู้ใดฟัง หรือทะเลาะกันเปล่าๆ..

ผมบางครั้งก็อาจจะชูเรื่องนอกใจ หรือชีวิตสมรส มาเป็นตัวอย่าง ในที่นี้ก็ใช่ว่าจะตามนี้เสมอ มันมีอีกหลายต้นสายปลายเหตุ ดังเช่นว่า การเห็นแก่ตัว การเปลี่ยนไปของมนุษย์ หรืออื่นๆถ้าหากเกิดเรื่องผู้อื่น มันไม่จำเป็นเลย ในเนื้อหานี้รายงานในลักษณะว่า แม้เกิดเรื่องตัวเรา..

เนื่องจากว่าตามความเป็นจริง เรื่องหรือเหตุ ที่มีความข้องเกี่ยวของพวกเราเกี่ยวพัน ไม่มีวันเลยที่จะมีเพียงแค่คนหนึ่งคนไหน “ผิดคนเดียว” บางครั้งอาจจะเพียงพอวัดได้ว่า ไม่ถูกมากมาย ไม่ถูกน้อย โน่นก็เรื่องหนึ่ง บางทีอาจฟังมองเข้าใจยาก แต่ว่าตรองดูเหมือนรู้เรื่องว่า “หากไม่มีไม่ถูกน้อย ก็บางทีอาจไม่กำเนิดไม่ถูกมากมายนั้น” ยกตัวอย่างได้ว่า คนๆหนึ่งไปทำอะไรไม่ดี โดยพวกเราทราบก่อน แต่ว่าไม่คัดค้าน แบบนี้ จริงๆพวกเราก็มีส่วนไม่ถูกแต่ว่าก็น้อยกว่าคนทำ จัดว่า “ไม่ถูกน้อย” แม้กระนั้นแม้คัดค้านได้ ไม่ถูกมากมายนั้นก็ไม่กำเนิด..

ยกตัวอย่างว่า พวกเรามองเห็นแฟนของพวกเรา กำลังซื้อของที่ไร้คุณภาพ แม้กระนั้นพวกเราไม่ทักท้วง ทั้งๆที่ทราบว่าบางทีอาจคือปัญหา เมื่อคือปัญหาขึ้นมา พวกเราจะโทษเขาว่า จับจ่ายซื้อของไม่มองให้ดีๆแบบนี้มิได้ ด้วยเหตุว่าพวกเราเองก็ไม่ท้วงติงในตอนแรก แม้ว่าจะอ้างถึงว่า เตือนไป เขาก็ไม่ฟัง ก็ตาม..

นี่ยังคงเกิดเรื่องเดียวกัน เพราะว่าการท้วงติง ซึ่งก็คือ feedback อย่างหนึ่ง ถ้าเกิดลงมือกระทำร่วมกัน แน่ๆชัดว่า มันยากที่จะโทษคนไหนฝ่ายเดียวโดยตรง

มานะคิดบวก แม้กระนั้นได้ไม่ตลอด
ที่นี้ หลายท่านรู้อยู่ว่า การ feedback หรือพูดเรื่องจริง ความคิดเห็น ต่อใครสักคนนั้น ไม่เพียงแค่เขาจะไม่รู้เรื่อง ไม่รับ เขาบางทีอาจยังไม่สบอารมณ์คุณอีกด้วย เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็จะมักเงียบ ไม่กล่าว ไม่สะท้อน บางทีอาจเรียกว่า มานะคิดบวก ก็ว่าได้ แต่ วันหนึ่งอาจมีต้นเหตุ ให้ท่านหลุดอะไรออกไป ต่อไปนี้เปลี่ยนเป็นว่า มันหนักกว่าเก่า ด้วยเหตุว่าเขาไม่เคยได้ feedback จากคุณเลย เขาไม่เคยเหลียวมอง หรือทราบในความนึกคิดคุณเลย และก็บางทีอาจจะมีความคิดว่าก่อนหน้านี้ก็ดีแล้ว ในตอนนี้เป็นอย่างไร? แบบนี้ คนไหนกันแน่ไม่ถูก..

กรณีนี้ถ้าเกิดยังคิดโทษเขา มันก็ผลอย่างเดิมเป็นป่วยการ อยู่ดี ก็มิได้พูดว่าเขาไม่ถูกมิได้ แต่ว่าผลสรุปอีกทาง ถ้าเกิดคุณรู้สึกไม่ดี โน่นก็แสดงว่า คุณเองก็ทำผิด พลาดไป ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะเป็นอย่างไร คุณก็ไม่ถูกอยู่ในนั้น ไม่งั้น คุณคงจะไม่เคยทราบสึก บางทีอาจจำเป็นต้องย้อนมองดูไปไกลๆอย่างยิ่งจริงๆ

กลับไปกลับมาเนื้อหานี้ราวกับจะเกิดเรื่อง[

jumboslot] feedback ไปเสียแล้ว ที่แท้ผมก็ยังคงต้องการสะท้อนในมุมที่ว่า ด้วยเหตุว่าในทุกความเกี่ยวข้อง ถ้าเกิดพวกเรา feedback ไม่ดีผมเสียก็กำเนิด ถ้าเกิดพวกเราไม่เคย feedback ปลดปล่อยผ่าน จนกระทั่งไปทำอันอื่น หรือปลดปล่อยให้อะไรๆเกินแก้ไข ก็จำต้องสารภาพว่า ผลที่ได้ขึ้นมา พวกเรามีส่วนทั้งหมด

การหาบทสรุปว่า คนไหนกันแน่ไม่ถูก ผู้ใดถูกนั้น บางเวลามันก็พอเพียงชี้กันได้ แต่ว่าถ้าหากมองดูกันอย่างที่พวกเราไม่กลัวข้อผิดพลาด พวกเราก็จะพบว่าเกือบทุกเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับ “ความเชื่อมโยง อันหมายคือพวกเราเกี่ยว” แล้วก็กำเนิดปัญหา พวกเรามีส่วนไม่ถูกอยู่ในนั้น อย่าโทษผู้ใดให้ป่วยการ..

แน่ๆไม่มีผู้ใดไม่ถูกทุกเรื่องฝ่ายเดียว แต่ว่าเหมาะสมที่สุดเป็นจะต้อง “ไม่กลัวไม่ถูก” ก่อนก็เลยไตร่ตรอง กล้าที่จะสารภาพผลที่ได้ขึ้นให้ได้ ปรับปรุงถัดไป ไม่ใช่เพื่อคนไหน เพื่อตัวคุณเอง
(การเดินทาง กับเรื่องราว)
เรื่องราว วันนี้มีที่มีมาจากลักษณะการทำงานในขณะนี้ของผม การรับงานนำเสนอนั้น พวกเราไม่สามารถที่จะมาเลือกได้ว่าจะอธิบายเพียงแค่ตรงนั้นตรงนี้ เพราะว่าอย่างนี้อาจจะเกือบจะไม่มีงาน การเดินทางก็เลยเป็นสิ่งคู่กันกับอาชีพนี้

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องที่ต้องการเล่า ขอแทรกบางสิ่งบางอย่างก่อนสักนิดสักหน่อย คราวก่อนผมเป็นคนติดบ้าน ติดที่อยู่ ว่ากันกล้วยๆเป็นเกลียดเดินทางไปไหน ต่อไหน ด้วยรู้สึก ไม่มีไรน่าตื่นตาตื่นใจ, ไม่ค่อยคุ้มที่จะอ่อนล้าเดินทาง, เสียเวล่ำเวลา, ถ้าเกิดคุ้มจริงๆค่อยไป เพียงพอคิดมากแบบงี้ก็เลยกายเป็นความเคยชินที่ เกลียดเดินทางไปเลย แม้กระนั้นขณะนี้ พอเพียงเลือกทำในสิ่งสุดที่รัก อาชีพที่ถูกใจ แล้วควรมีการเดินทางเข้ามาเป็นองค์ประกอบในอาชีพงานการ ก็ลืม หรือเปล่ารู้สึกติดลบกับการเดินทาง กลับถูกใจ ไปแล้วด้วยจำนวนมากแล้วสำหรับการดำเนินการผมจะขับขี่รถเอง หลายคนคงพอจะรู้แม้เป็นแฟนบทความ ด้วยเหตุว่าเขียนไว้หลายครั้ง งานอาทิตย์ก่อนหน้าที่ผ่านมา (จากเวลาที่เขียนหนแรก) ก็เป็นอีกรอบ แม้กระนั้นก็เป็นครั้งที่นับว่าไกล 500 กว่ากิโล แล้วก็นั่งเรืออีก 1 ชั่วโมงครึ่ง ต่อด้วยรถยนต์อีก ราว 25 กิโล ไปกลับก็พันกว่ากิโล ใช้เวลาเดินทางรวม 8 -9 ชั่วโมงต่อท่องเที่ยว

ถ้าเกิดไม่ใช่งาน การขับรถยนต์ 5-600 กิโลนั้น เพียงแค่คิดก็ขี้เกียจคร้านแล้ว แม้กระนั้นก็มีหลายคราว เป็นพาครอบครัวท่องเที่ยว แต่ว่าการไปท่องเที่ยวนั้น ใช้เวลาได้ตามใจ พวกเราเลือกแวะพักไปเรื่อยก็จะรู้สึกเพลินใจ ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ล้า ไม่รีบ

จะว่าไป ก็ใช่เฉพาะเจาะจงคนขับเพียงแค่นั้น ผู้โดยสารก็ไม่ต่างอะไรกัน การจำต้องอยู่บนรถยนต์ 2 ชั่วโมงก็จัดว่านาน 4 ชั่วโมงยิ่งเป็นเวลายาวนานกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไปเป็นอะไรที่มองเหนื่อยมากมาย การเดินทางเกิน 6 ชั่วโมงนั้น เกิดเรื่องที่น่ารำคาญและก็บางทีอาจรู้สึกช้านานได้อย่างง่ายๆเลย

คิดถึงครั้งก่อนผมก็เคยจะต้องเดินทางไกล ตัวช่วยก็จะเป็น หนังที่โหลดลงไอแพด หรือโทรศัพท์มือถือ หนังสือก็ด้วยเหมือนกัน บางบุคคลบางทีอาจรู้สึกทำไม่ได้ ด้วยเหตุว่ามึนหัวกับการจะต้องจ้องดูอะไรขณะรถยนต์วิ่ง ส่วนผมไม่มีปัญหาและก็ถูกใจด้วย

แม้กระนั้นในฐานะผู้ขับ คงจะทำแบบนั้นมิได้แน่ๆ เพลง เป็นสิ่งที่ช่วยเจริญที่สุด[[NPC5]] แต่ก็มิได้นานนัก เนื่องจากพวกเราก็ชอบเบื่อ ยิ่งคนขับเสมอๆอาทิเช่นผม ถึงแม้เพลงจะเท่าไร บางคราวมันก็มีความรู้สึกเกียจคร้านฟัง โชคดีที่ยุคนี้มี Podcast นี่แหละนะครับ ช่วยได้เยอะแยะ มันไม่เบื่อกล้วยๆเสมือนเพลง เพราะว่าพวกเราไม่ค่อยฟังซ้ำ (ฮ่า) การเดินทางครั้งที่ผ่านมาผมก็เลยตระเตรียมไว้หลายตอนอย่างยิ่งจริงๆ เพื่อฟังกลางทาง แล้วก็มันก็ช่วยได้จริงๆทำให้พวกเรามีความคิดว่าการขับรถยนต์ 6-7 ชั่วโมงไม่เบื่อ ทำให้การเดินทางรู้สึกเร็วขึ้น..

สำหรับในการดำเนินการรอบนี้ ขาไปผมได้ Podcast เป็นตัวช่วย ผ่านไป 2 วัน เที่ยวกลับ ผมมิได้ฟัง Podcast แต่ว่าผมเดินทางกับผู้ช่วยเป็นน้องเพศหญิงคนหนึ่ง แน่ๆว่าพวกเราก็คุยกันหลายแบบ หลายครั้งเขาเดินทางกับผม และก็พวกเราย่อมมีเรื่องมีราวคุยกัน ไม่ว่าเรื่องงาน เรื่องเหตุการณ์ประเทศชาติ แล้วก็เรื่องชีวิตส่วนตัว คราวนี้น้องผู้ช่วยผมเป็นข้างเล่าเสียจำนวนมาก หากไม่ถือได้ว่าเป็นการพูดคุยกันเชิงตอบโต้ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่า การได้ฟังเรื่องราวจากคนหนึ่งมันก็ทำให้การเดินทางผ่านไปรวดเร็วทันใจ ด้วยเหมือนกัน

การดูหนัง การอ่านหนังสือ การฟัง Podcast จนกระทั่งการพูดคุยกัน สิ่งพวกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่มีเรื่องมีราวราวอยู่ในนั้น น่าประหลาดดีว่า มันทำให้เวลาผ่านไปเร็วทันใจ แต่ว่าคิดอีกครั้งข้อเท็จจริง หลายๆเรื่องราวมันใช้เวลาในโลกข้อเท็จจริงมากยิ่งกว่าที่เล่าเยอะแยะนัก แม้ว่าการเกิดเรื่องเล่ามันก็ใช้เวลาไม่น้อย บ่อยมาก ดึงพวกเราเข้าไปอยู่ในเรื่องราวนั้นด้วย หลายครา ย้อนไปถึงเรื่องราวตนเองในวันเก่า

ตามที่บอกในตอนแรก เนื้อหานี้ไม่มีอะไรมากยิ่งกว่าไปกว่า ทุกการเดินทางของชีวิต มีเรื่องมีราวราว ทุกเรื่องราวย่อมผ่านการเดินทาง แล้วก็มันดีไม่น้อย ที่เมื่อเดินทาง พวกเราได้ฟังเรื่องราวพวกนั้นไปด้วย..

อย่าลืมหาเรื่องราวเผื่อไว้ ถ้าเกิดจะต้องไปไหน หรือเดินทางไกล เพื่ออะไรๆผ่านไปเร็ว แล้วก็บางครั้งบางคราว บางทีอาจได้อะไรจากการเดินทางคราวนี้อีกด้วย ฝากบทความเว็บไซต์ sirichaiwatt นี้ ไปอ่านกลางทางด้วยก็ได้ครับผม (ประชาสัมพันธ์จบท้าย ฮ่า)