ผมไม่ทำ IF อีกด้านของการมองเรื่องนี้

kidsandmom

กำลังได้รับความนิยม สำหรับเรื่อง IF (Intermittent Fasting) อาจจะบอกได้ว่าเป็นสูตรการลดความอ้วนอย่างหนึ่ง อีกแบบที่นิยม Ketogenic Diet ที่เรียกกันย่อๆว่า คีโตน บ้างว่าถ้าหากทำ IF ก็จำเป็นต้อง คีโตนไปด้วย ก็เลยจะได้คุณภาพ แท้จริง คีโตนนี้สำหรับผมเกิดเรื่องที่เก่าแล้ว คีโตนเป็นการลดแป้ง น้ำตาล หรือเปล่าทานเลย ซึ่งมันเป็นหลักการที่ดี ต่อให้นักเพาะกล้าม คนเล่นกล้ามอย่างไรก็จำเป็นต้องใช้เคล็ดวิธีทำนองนี้

แม้กระนั้นสำหรับ IF ต้องคีโตนหรือเปล่า ก็อีกประเด็น แม้กระนั้นโดยหลักๆของ IF แล้วสำหรับ[

เครดิตฟรี]คนที่ไม่รู้จัก สรุปสั้นๆมันเป็น “การกำหนดเวลารับประทานอาหาร” ที่เขามีหลายสูตร ดังเช่น 8-16 นี่จะมีความหมายว่า คุณจำเป็นจะต้องไม่ทานอะไรเลย เว้นแต่น้ำกินเพียงแค่นั้น ภายหลัง 8 ชั่วโมงที่ทานได้ หรือ ทาน 8 อด 16 นั่นเอง รวมกันและจะ 1 วัน เป็นเวลาในหนึ่งวันนั่นเอง

ขยายความเป็นตัวอย่างให้อีกหน่อยว่า คุณเริ่มทานมื้อแรก หรือสิ่งแรก ในเวลา 9.00 น. คุณก็จะทานได้ไปจนกระทั่ง 17.00 น. (8 ชั่วโมง) ภายหลังจากนี้ก็ห้ามทานไปตราบจนกระทั่งจะ 9.00 น. ของอีกวัน ซึ่งแบบ 8-16 นี้นับว่าเป็น ฐานรากที่สุด ง่ายที่สุด

แล้วหากทาน 9-10 ชั่วโมงล่ะ? แบบงี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากชีวิตประจำวันคนธรรมดาเท่าไรนักแล้ว ก็เลยไม่ถือได้ว่าเป็นการไม่กินอาหารอะไร

สำหรับการทำ IF นี้ บ้างก็กล่าวว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่หัวข้อการลดความอ้วน[

สล็อต] แม้กระนั้นก่อให้เกิด สุขสภาวะที่ดี ร่างกายกระชับกระเขง สมองแจ่มใส โดยทำ IF ที่เข้มข้นกว่านี้ ก็คือจะทานกัน 6-18 หรือ 5-19 ที่เขาว่าจะชั่วร้ายหน่อย แม้กระนั้น..พวกเราเจอผู้กระทำสูตรนี้มากไม่น้อยเลยทีเดียวใน.. วัด (ฮ่า)

ราวกับจะเย้าแหย่เล่นๆแม้กระนั้นตามความเป็นจริงพวกเราเจออะไรได้มากมายในศาสนาพุทธ ที่มีมาก่อนแล้ว ตามที่พวกเรารู้ พระจะฉัน (ท่าน) ได้เพียงแค่ข้างหลังย่ำรุ่งขึ้น ถึงก่อนถึงเวลาเที่ยงแค่นั้น ซึ่งส่วนมากฉันเช้าก็ราว 8 นาฬิกา (รวมแล้วหลังจากนั้นก็ราว 4-5 ช.มัธยม)

แม้กระนั้นก็ยังมีที่โหดเหี้ยมกว่านี้อย่างเช่น อด 2 วันเต็ม แม้กระนั้นรับประทาน 5 วัน หรือจนกระทั่ง อดหนึ่งวัน รับประทานหนึ่งวัน 24-24 กันอย่างยิ่งจริงๆ

อย่างคร่าวๆกันเท่านี้ว่า IF เป็นยังไง ในมุมมองของผมเกี่ยวกับหัวข้อนี้ ขอเล่าอะไรนอกประเด็นสักอย่างหนึ่งก่อนแล้วกันขอรับ เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะเขียนหัวข้อนี้ ผมก็ได้ตื่นตี 5 ไปวิ่งปกติ แต่ทว่าการวิ่งวันอาทิตย์ ตามโปรแกรมของผมแล้ว เป็นการวิ่ง Long Run ทำนองว่าเป็นวันที่วิ่งยาวหน่อย ก็จะหนักหน่อย เนื่องจากว่าวันอาทิตย์เป็นวันหยุด ถึงแม้ผมจะมิได้ดำเนินการประจำ แม้กระนั้นก็จัดเป็นตารางตนเองอย่างงี้ รวมทั้งเพราะเป็นวันที่วิ่งมากมาย ก็ย่อมอ่อนเพลียเป็นปกติ

เมื่อวิ่งเสร็จกลับมา ก็นัดหมายกับครอบครัวไว้ว่าจะพาท่องเที่ยว ภายหลังกลับมาทานอะไรก็อาบน้ำแต่งตัว เริ่มเดินทาง ไปยังที่เที่ยวแห่งหนึ่ง มิได้ไกลบ้านมากมาย ขับไปราว ชั่วโมง กว่าๆเมื่อถึง พวกเราก็ไปเที่ยวดู หาอะไรทานกัน ราวบ่าย ก็ขับขี่รถกลับ

ต่อไปนี้วันเดียวกัน ผมก็ดันนัดหมายโปรกอล์ฟ ที่สอนผม (เพิ่งจะฝึกหัด) เอาไว้แล้ว ก็เรียกว่ากลับมาถึงที่หน้าบ้าน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไปต่อ ถือว่าเป็นวันที่ฝึกฝนหนักพอควร ด้วยเหตุว่าไม่มีแรงไปเลย กลับมาบ้านก็เย็นแล้ว ไม่เคยรู้สึกหิวอะไร และก็ธรรมดาไม่ค่อยจะทานอะไรข้างหลัง 6 นาฬิกาเย็นมาครู่หนึ่ง ปัจจุบันนี้จะเข้านอนเร็วด้วยเหตุผลที่ตื่นตอนเช้า การทานอะไรไปไม่นานแล้วนอน สำเร็จให้กำเนิดลักษณะของกรดไหลย้อนได้ นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องลดความอ้วน หรือ IF แต่ว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงจะพอรู้ดีว่า ถ้าหากเป็นกรดไหลย้อน มันไม่ใช่โรคจากเชื้ออะไร แม้กระนั้นมีสาเหตุมาจากแบบอย่างการใช้ชีวิต เรียกว่าจะต้องแก้ที่นิสัยถึงจะหาย

คืนนั้น ปรากฎว่านอนไม่ค่อยหลับ ทั้งที่อ่อนล้าอย่างมาก[

สล็อตออนไลน์] ซึ่งคงจะหลับได้สบาย กว่าจะหลับก็ราวตี 2 รวมทั้งพอเพียงตี 5 วันจันทร์ มันก็ตื่นมาราวกับทุกวี่ทุกวัน ตอนแรกมีความคิดว่าจะนอนต่อเพราะว่านอนน้อย แม้กระนั้นก็กลัวว่าจะตื่นสายเรื้อรัง อีกทัั้ง มิได้รู้สึกง่วงนอน อะไร ก็แค่แปลงเป็นวันที่เสมือนเฉื่อยชา สมองไม่แล่นเอาเลย

หากถามผมว่าระหว่างการกิน หรือทำ IF ส่งผลต่อเรื่องไหน อันนี้อาจยังไม่แน่ใจ แม้กระนั้นสำหรับผม การนอนมีผลมากมาย เมื่อพักน้อย พวกเราชอบเกียจคร้าน พักน้อยในที่นี้เป็นตื่นสายๆด้วยครับ จะยิ่งเห็นกระจ่าง เมื่อก่อนผมไม่เชื่อเรื่องตื่นตอนเช้ามาดำเนินงานเท่าไรนัก แต่ว่าได้ทดลองก็พบว่ามันดี หรือถึงแม้ว่า ตื่นยามเช้าแม้กระนั้นนอนน้อย ก็มั่นใจว่า มันจะอึน มึน แม้ว่าจะรู้สึกขยัน แม้กระนั้นสมองไม่แล้วแต่เราแน่ๆ

ตามที่เล่าไป ผมพบว่า นี่ก็เป็นอีกหัวข้อ ที่ส่งผลคล้ายคลึงกันดังเรื่อง IF ที่จะกล่าวเป็น อะไรที่ “มากจนเกินไป” มันไม่เป็นผลดี ในขณะที่ผมมิได้ใช้เวลาวันอาทิตย์อย่างไร้คุณประโยชน์อะไร แต่ว่าร่างกายถูกใช้มากเกิน ย่อมทำให้ห่วยแตกในวันถัดมา

อีกเรื่อง หลายปีที่ผ่านมาผมเคยควบคุมแล้วก็ลดความอ้วนเป็นอย่างมาก กล่าวโดยย่อเป็นหายไปราว 10 กิโลด้านใน 2 เดือนกว่า ด้วยการกิน 3 มื้อ ธรรมดา (กล่าวเนื้อหาใน Podcast) รวมทั้งมันก็ทำให้ซูบผอมเหลือเกิน ร่างกายแม้ว่าจะรู้สึกแข็งแรงดี แม้กระนั้นข้างนอกไม่ดูดีนัก เนื้อหนัง มองเกินวัย บางทีอาจด้วยเหตุว่ามิได้สารอาหารที่บริบูรณ์ แม้ว่าจะบากบั่นรับประทานครบ 5 กลุ่มก็ตาม

วิธีการทำ IF ถ้าเป็นในมุมของผม (ย้ำว่าความรู้สึกส่วนตัว) เรื่องในเวลาที่บังคับจะมีผลอย่างยิ่ง ข้อแรกเป็นไม่สอดคล้องกับคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัว ไม่สามารถที่จะกินอาหารเย็นกับครอบครัวได้ (ถ้าหากกล่าวว่ามีนอกจากได้ไหม ถ้าเกิดเว้นคุณก็จะเลิกทำสุดท้าย) การใช้ชีวิตในทุกๆวัน บางครั้งอาจจะจะต้องมาพะวักพะวงกับประเด็นการรับประทาน ดังเช่นว่า ทำ IF 8-16 เริ่มทาน 9 นาฬิกา ก่อน 5 นาฬิกาเย็น พวกเราก็จะต้องทานมื้อในที่สุด โน่นหมายคือเริ่มทานราว 4 นาฬิกา ความรู้สึกผมเป็น มันกวนเวลาทำงานมากมายๆด้วยเหตุว่า 9.00 – 16.00 มันเป็นเวลางานที่ดีเยี่ยมที่สุด กระทั่งรับงานอิสระ หรือ Freelance เพราะว่าผู้อื่นเขาก็ปฏิบัติงานกัน ประสานงานจะง่ายดายยิ่งกว่า

หากเป็นตอนเย็นๆหรือเย็นหน่อย พวกเราจะทานอะไรเบาๆก็มิได้ ภาพรวมเป็น มันน้อยเกินไปดี แล้วก็สำหรับคนแต่งงานบางทีอาจมองเป็นการเห็นแก่ตัว บางบุคคลบางทีอาจกล่าวว่า พวกเราก็นั่งร่วมโต๊ะใช้เวลาไป ไม่ต้องรับประทาน สำหรับผมคิดแล้วมันกำเนิดปริศนาว่า พวกเรากำลังเอาชนะอะไร? แน่ๆว่าถ้าเกิดไม่มีคู่ ไม่มีปัญหา แต่ว่าผลข้างเคียงมันบางทีอาจตามมาอยู่ดี ในด้านการใช้ชีวิต

ผมมองไม่เห็นผู้ที่บรรลุเป้าหมายในชีวิตมากมายๆเขามาบอกว่า IF เป็นส่วนหนึ่งส่วนใด ของการบรรลุเป้าหมายนั้น
แน่ๆ ผลกระทบในด้านที่เสียหายที่บอกอาจไม่สำหรับทุกคน รวมทั้งหัวข้อนี้บางทีอาจจะดีสำหรับบางบุคคลก็ได้ แต่ว่าถ้าเกิดผู้ใดกันแน่พึงพอใจจะทำ IF ในความเป็นจริงแล้ว ควรจะขอคำแนะนำหมอก่อนสำหรับหลายๆท่าน (มองเห็นไหม) ว่าทำเป็นหรือไม่ สำหรับผมแล้วมันเป็นความไม่พอดี

ทั้งหมดทั้งปวงนั้น ขอย้ำ มิได้สรุปว่าเรื่องเหล่านี้มันดี ไหมดีต่อใครกันแน่เช่นไร[

jumboslot] ส่วนตัวแล้วไม่มีความสำคัญ รวมทั้งยังกระทบสภาพแวดล้อมของชีวิตให้ยากขึ้น โดยเป็นอย่างมากถ้าหากทำเพียงแค่ ต้องการ โก้ เอาชนะ ตามกระแส สิ่งหนึ่งที่ผมพินิจก็คือ ผมมองไม่เห็นผู้ที่ไปถึงเป้าหมายในชีวิตมากมายๆเขามาบอกว่า IF เป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง ของการบรรลุผลนั้น

รวมทั้งแนวทางการทำ IF แล้วชีวิตแฮปปี้เยอะขึ้นเรื่อยๆแน่ชัด มันบางทีก็อาจจะดีต่อตัวเขา เขาบางทีอาจจะกระปรี้กระเปร่า ที่ได้ทำอะไรดีๆต่อตัวเอง แต่ว่าอันที่จริงแล้ว มันก็มีอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง ตัวอย่างเช่นการเลือกทานของดี สมควร รับประทานครบ 5 กลุ่ม บริหารร่างกาย พักพอเพียง ที่คงจะสมควรพอเพียงแล้ว

โดยรวมกระบวนการทำ IF บางทีก็อาจจะดี แต่ว่าส่วนตัว (ย้ำ) ก็คิดว่ามันออกแนวได้อย่างเสียอย่าง..

หัวข้อนี้เป็นเพียงแค่มุมคิดในอีกด้านที่กำลังเป็นกระแสอย่างมาก ฝากไว้เป็นอีกมุมคิดแล้วกัน ตกลงใจยังไง[

slot] ที่สุดสุดแล้วแต่ท่านอยู่แล้วนะครับ

ปล.ถ้าหากจะลดหุ่น การลดหุ่นแบบคีโตน คงจะสมเหตุผลที่สุด