ถ้าการปรับค่าจ้างไม่ได้ผล ก็คงต้องปรับเปลี่ยนสวัสดิการกันบ้าง

kidsandmom

เรื่องของการเก็บรักษาพนักงานที่เก่งๆ มีความสามารถไว้ทำงานกับองค์กรนั้น เป็นประเด็นที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการความยั่งยืน เพราะการที่ธุรกิจไม่สามารถเก็บรักษาพนักงานมือดีไว้ได้นั้น ย่อมทำให้การทำงานเกิดการขาดช่วง ผลงานขององค์กรอาจจะมีขึ้นๆ ลงๆ และยากที่จะควบคุมได้ ดังนั้น เป้าหมายที่สำคัญของการบริหารทรัพยากรบุคคลที่นอกจากการหาคนเก่ง แล้ว ก็คือ การเก็บคนเก่งๆ ไว้ให้ทำงานกับองค์กรให้นานที่สุดนั่นเอง

เครดิตฟรี

เมื่อพูดถึงเรื่องของการเก็บรักษาพนักงาน ก็ย่อมไม่พ้นเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือน ที่มาเป็นปัจจัยแรกๆ ซึ่งปัจจุบัน ในเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนนั้น ก็ไม่ค่อยมีลูกเล่นอะไรมากนัก ส่วนใหญ่ก็ต้องไปเชื่อมโยงกับผลงานของพนักงานซึ่งก็มีความยุ่งยากอีก เพราะคนประเมินมักจะทำให้เกิดปัญหาในการประเมินผลงานพนักงาน
ยิ่งไปกว่านั้น เปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนประจำปีตามผลงานเองก็มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ค่าเฉลี่ยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 4-5% เท่านั้น ซึ่งก็ไม่น่าจะมีพลังเพียงพอที่จะสร้างแรงจูงใจให้พนักงานอยู่ทำงานกับบริษัทต่อไปเรื่อยๆ

สล็อต

จากงานวิจัยของ SHRM ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แนวโน้มของการเก็บรักษาพนักงาน เริ่มหันมาใช้สวัสดิการเป็นเครื่องมือมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปี 2017 มีผลการทำโพลชิ้นหนึ่งของ SHRM ว่าทำไมบริษัทถึงต้องปรับปรุงระบบสวัสดิการ คำตอบคือ

เพื่อเก็บรักษาพนักงาน 72%
เพื่อดึงดูดคนเก่งๆ รุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำงาน 58%
เพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานในองค์กร 54%
และสวัสดิการที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น บริษัทส่วนใหญ่เริ่มหันมาจัดสวัสดิการอันนี้ให้กับพนักงานมากขึ้น ก็คือ สวัสดิการที่เรียกว่า Parental Leave ก็คือ การลาเพื่อการเป็นพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ลาคลอด คุณพ่อ ก็ลาได้ด้วย หรือลาเพื่อการไปรับเด็กมาเลี้ยง หรือลาเพื่อที่จะเลี้ยงลูกอ่อน โดยที่การลาทั้งหมดที่ว่ามานั้น พนักงานได้รับค่าจ้างเต็ม โดยที่จำนวนวันลาก็มีแนวโน้มจะมากขึ้นด้วย

สล็อตออนไลน์

ผมสรุปผลการสำรวจการปรับเปลี่ยนสวัสดิการของ SHRM ของปี 2018 ที่เพิ่งออกมาดังนี้นะครับ

บริษัทให้สวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพพนักงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านความครอบคลุมเรื่องโรค และวงเงินที่เพิ่มสูงขึ้น
บริษัทปรับสวัสดิการที่เกี่ยวของกับชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงานให้ดีขึ้น เช่น มีการให้สวัสดิการด้านการออกกำลังกายมากขึ้น มีการให้การอบรมเรื่องการปฐมพยาบาล และการช่วยชีวิตมากขึ้น มีการปรับให้มีโต๊ะสำหรับยืนทำงาน เพื่อให้พนักงานไม่ต้องนั่งอย่างเดียวทั้งวัน และมีการเพิ่มเติมเรื่องของการให้หมอมาประจำที่บริษัท เพื่อตรวจรักษาพนักงานในบริษัท
ปรับสวัสดิการด้านการพัฒนาพนักงาน เช่น การส่งเสริมให้พนักงานได้รับการศึกษาต่อ การฝึกอบรม การสอนอาชีพอื่นๆ โดยกำหนดวงเงินในการพัฒนาพนักงานเพิ่มสูงขึ้น
สวัสดิการจ่ายหนี้ทุนการศึกษาให้กับพนักงาน สวัสดิการนี้ทำขึ้นเพื่อที่จะดึงดูดคนเก่งๆ เข้ามาทำงานกับบริษัท เพราะที่สหรัฐอเมริกานั้นจะมีการกู้ยืมจากทางมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนหนังสือ และเมื่อได้งานทำแล้วก็มาผ่อนคืน ซึ่งถ้าบริษัทไหนมีสวัสดิการด้านนี้ให้พนักงาน ก็จะเป็นการดึงดูดให้นักศึกษาหันมาสมัครงานกับบริษัทมากขึ้น ก็จะมีแนวโน้มที่จะได้คนเก่งเข้ามาทำงานมากขึ้น

jumboslot

ที่เขียนมาก็เพื่อเป็นไอเดียในการที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านเรา แต่ข้อจำกัดสำคัญของบ้านเราก็คือ เรื่องของกฎหมายแรงงาน ซึ่งทำให้นายจ้างต้องหยุดคิดทุกครั้งที่จะมีการปรับสวัสดิการให้พนักงาน บางองค์กรนายจ้างตั้งใจจะปรับเยอะมาก แต่พอเจอประเด็นทางกฎหมายที่ว่า ให้สูงแล้วจะลดลงกว่าที่เคยให้ไม่ได้ นายจ้างก็เริ่มถอยกันหมด เพราะกลัวว่าอนาคตถ้าบริษัทมีปัญหาต้องปรับเปลี่ยนสวัสดิการบางตัว ก็จะกลายเป็นเรื่องราวฟ้องร้องกันต่อไปอีกมากมาย

สุดท้ายนายจ้างก็เลยหันมาให้สวัสดิการเท่ากับที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น
แต่ถ้าองค์กรใดมองเห็นโอกาสตรงนี้ เราก็สามารถเริ่มต้นปรับปรุงระบบสวัสดิการของบริษัทให้ดีขึ้นได้ โดยเริ่มต้นจากสวัสดิการใกล้ตัว และไม่ต้องใช้ต้นทุนสูงนัก เช่น เรื่องของความยืดหยุ่นในเวลาทำงาน วันลา วันหยุดต่างๆ เป็นต้น
ก็หวังว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า บ้านเราน่าจะมีการปรับปรุงระบบสวัสดิการใหม่ๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการเก็บรักษาพนักงานเก่งๆ ไว้ได้

slot